แพทย์แผนจีน คืออะไร? สามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง? มีการวินิจฉัย?

แพทย์แผนจีน ศาสตร์โบราณที่ปรับสมดุลร่างกายด้วยการฝังเข็ม ครอบแก้ว กัวซา และสมุนไพร เพื่อรักษาโรคแบบองค์รวม ค้นพบการดูแลสุขภาพที่ใช่ได้ที่ IMI Wellness
แพทย์แผนจีน คืออะไร? สามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง? มีการวินิจฉัย?
สารบัญ

ศาสตร์การรักษาโบราณจากแดนมังกรที่มีประวัติยาวนานกว่าพันปีได้พิสูจน์คุณค่าในการบำบัดโรคมากมาย ด้วยปรัชญาการมองร่างกายเป็นองค์รวมและหลักการปรับสมดุลเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูตัวเอง การแพทย์แผนจีนในประเทศไทย กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการดูแลภาวะเรื้อรังและอาการเฉียบพลัน หากคุณกำลังมองหาทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพ บริการครบวงจรที่ IMI Wellness อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังค้นหา

แพทย์แผนจีน คืออะไร?

แพทย์แผนจีน คือ ศาสตร์การบำบัดที่ยึดหลักความสมดุลของร่างกาย มองว่ามนุษย์เป็นระบบเชื่อมโยงที่ทุกส่วนมีความสัมพันธ์กัน หมอจีนจะตรวจพื้นฐานร่างกาย จากการวินิจฉัยด้วยหลักการ “สี่ประสาท” ได้แก่ การสังเกต การฟัง การซักถาม และการสัมผัส(จับแมะชีพจร) เพื่อดูสภาพร่างกายพื้นฐานก่อน เพื่อค้นหาต้นเหตุของการเกิดโรค และความผิดปกติของร่างกาย  จากนั้นจึงวางแผนการรักษา หรือบำบัดด้วยวิธีหลากหลาย ทั้งการฝังเข็ม สมุนไพรจีน(แคปซูล) ทุยหนา รมยา ครอบแก้ว หรือกัวซา โดยปรับสูตรเฉพาะบุคคลตามสภาพร่างกายและลักษณะอาการของคนไข้

แพทย์แผนจีน มีหลักการอย่างไร?

จุดเด่นของศาสตร์นี้คือ “การคืนสมดุล” ให้ร่างกาย ตามความเชื่อที่ว่าความเจ็บป่วยเกิดจากภาวะขาดสมดุล ไม่ว่าจะเป็นหยิน-หยางเสียดุล ธาตุในร่างกายแปรปรวน หรือเส้นลมปราณติดขัด เมื่อปรับให้กลับสู่ภาวะสมดุล ร่างกายจะสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ตามธรรมชาติ ส่งผลให้โรคหรืออาการผิดปกติบรรเทาลง การบำบัดมีหลายแนวทาง เช่น ฝังเข็ม รมยา ครอบแก้ว กัวซา นวดกดจุด และใช้ตำรับยาสมุนไพรจีน(แคปซูล) แพทย์แผนจีนจะเลือกวิธีให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

แพทย์แผนจีน สามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง?

ศาสตร์การแพทย์แผนจีนสามารถช่วยบำบัดโรคและอาการหลากหลาย ดังนี้:

อาการที่ตอบสนองดีต่อการรักษาแผนจีน

  • บรรเทาอาการปวดชนิดต่างๆ
  • ฟื้นฟูสภาพหลังภาวะอัมพฤกษ์อัมพาตและผลกระทบจากโรคทางสมอง
  • ชะลออาการของโรคอัลไซเมอร์
  • ควบคุมอาการในโรคพาร์กินสัน
  • บรรเทาปัญหาระบบหู
  • ลดอาการของโรคภูมิแพ้
  • คลายเครียดและปัญหานอนไม่หลับ
  • บรรเทาไมเกรนและอาการปวดศีรษะเรื้อรัง

ขอบเขตการรักษาของแพทย์แผนจีน ด้วยหลักการปรับสมดุลองค์รวม การแพทย์แผนจีนจึงช่วยดูแลได้แทบทุกโรค โดยมุ่งเสริมความแข็งแรงให้ร่างกายสามารถต่อสู้และซ่อมแซมตัวเองได้ ผู้มีปัญหาสุขภาพต่างๆ สามารถขอคำปรึกษาได้ เช่น:

ภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง  : เลือดน้อย เหนื่อยง่าย หายใจไม่สุด

กลุ่มอาการปวดตามร่างกาย : กล้ามเนื้ออักเสบ ปวดเส้น สะบักจม ปวดต้นคอ ปวดหลัง ปวดเอวร้าวลงขา หมอนรองกระดูกทับเส้น ข้อเข่าเสื่อม ปวดส้นเท้า(รองช้ำ) ไหล่ติด ข้ออักเสบ

ปัญหาระบบสืบพันธุ์สตรี : ปวดประจำเดือน รอบเดือนผิดปกติ มีบุตรยาก อาการวัยทอง

ปัญหาระบบทางเดินอาหาร : กรดไหลย้อน ท้องอืด จุกเสียด แน่นหน้าอก 

โรคเรื้อรัง : เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง

ปัญหาทางประสาท : ปวดศีรษะ ไมเกรน ภูมิแพ้ ลมชัก

ปัญหาสุขภาพจิต : ซึมเศร้า เครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ

โรคทางระบบประสาท : อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดตีบ

การวินิจฉัยโรคตามหลักแพทย์แผนจีน

แพทย์จีนใช้วิธีตรวจวินิจฉัยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านการสังเกตทั้งภายนอกและภายใน เพื่อค้นหารากเหง้าต้นเหตุของปัญหาสุขภาพ การวินิจฉัยประกอบด้วย 4 ขั้นตอนสำคัญที่เรียกว่า “ซื่อเจิ้น” ได้แก่ การมอง การฟัง-ดมกลิ่น การซักถาม และการสัมผัส(จับแมะชีพจร)

การสังเกตุและมองดู ()

การตรวจด้วยสายตาเป็นขั้นแรกของการวินิจฉัย แพทย์จะสังเกตสีหน้า แววตา ท่าทาง รูปร่าง ผิวพรรณ และโดยเฉพาะลิ้นซึ่งเป็นกระจกสะท้อนสภาพอวัยวะภายใน ลักษณะลิ้น สี ฝ้า ความชื้น และรูปร่างจะบ่งบอกถึงสภาวะเลือดลม ความร้อน-เย็น และการทำงานของอวัยวะต่างๆ นอกจากนี้ยังตรวจสอบสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย เหงื่อ ปัสสาวะ และอุจจาระ ซึ่งล้วนบ่งชี้ถึงความผิดปกติภายในที่อาจไม่แสดงอาการชัดเจน

การฟังเสียงและการดมกลิ่น (诊和闻诊)

การฟังเสียง (听诊)

  • น้ำเสียง (แหบ ดัง เบา สั่น)
  • ลักษณะการพูด (ชัด เร็ว ช้า สับสน)
  • เสียงหายใจ (หอบ ติดขัด มีเสียงวี้ด)
  • เสียงอาเจียน สะอึก ไอ จาม
  • เสียงท้องร้อง หรือเสียงจากอวัยวะอื่นๆ

การดมกลิ่น (闻诊)

  • กลิ่นปาก (เปรี้ยว-ม้ามพร่อง, เหม็น-กระเพาะร้อน)
  • กลิ่นจากโพรงจมูก (มูกเขียว-ร้อนชื้น, มูกใส-เย็นชื้น)
  • กลิ่นตัว (เหม็นเปรี้ยว-ร้อนชื้น, หอมหวาน-ร้อนแห้ง)
  • กลิ่นอุจจาระ (เหม็นเน่า-ร้อนสะสม, คาว-เย็นสะสม)

การซักถาม (问诊)

การสอบถามประวัติและอาการเป็นทักษะสำคัญของแพทย์จีน โดยมีหัวข้อหลัก 10 ประการ ได้แก่ :

  1. ความรู้สึกร้อน-หนาว (บ่งบอกภาวะร้อน-เย็นในร่างกาย)
  2. ลักษณะเหงื่อ (ออกเอง, ออกตอนไหน, มาก-น้อย, กลิ่น)
  3. อาการที่ศีรษะและร่างกาย (ปวด บวม ชา มึน ตึง)
  4. การขับถ่าย (ปัสสาวะ อุจจาระ – สี ปริมาณ ความถี่)
  5. อาหารและรสชาติ (ความอยากอาหาร รสที่ชอบ-ไม่ชอบ)
  6. อาการที่ทรวงอก (แน่น เจ็บ กดเจ็บ)
  7. การนอนหลับและการได้ยิน (หลับยาก ฝัน หูอื้อ)
  8. ความกระหายน้ำ (ดื่มมาก-น้อย ร้อน-เย็น)
  9. ประวัติการเจ็บป่วย (โรคประจำตัว การรักษาที่ผ่านมา)
  10. สาเหตุที่คิดว่าทำให้เจ็บป่วย (อารมณ์ อาหาร อากาศ)

สำหรับสตรีจะมีการสอบถามเกี่ยวกับประจำเดือน การตั้งครรภ์ และวัยทอง ส่วนในเด็กจะสอบถามพัฒนาการและประวัติการเจ็บป่วยในวัยเด็ก แพทย์จีนใส่ใจการสร้างความไว้วางใจกับผู้ป่วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนที่สุด

การตรวจชีพจร ()

การจับชีพจรเป็นศิลปะขั้นสูงในการวินิจฉัยโรคแบบจีน ที่สืบทอดมานับพันปีตั้งแต่สมัยโบราณ หมอเปี่ยนเชียว (扁鹊) แพทย์จะใช้นิ้วสามนิ้ว (นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง) วางบนข้อมือทั้งสองข้าง บริเวณเส้นเลือดเรเดียล โดยแต่ละตำแหน่งของนิ้วสัมพันธ์กับอวัยวะภายในต่างๆ การสัมผัสจะพิจารณา ความเร็ว จังหวะ ความแรง ความลึก ความตื้น และลักษณะพิเศษอื่นๆ ของชีพจร ซึ่งแบ่งได้เป็น 28 รูปแบบ แต่ละแบบบ่งบอกถึงสภาวะของอวัยวะและความผิดปกติในร่างกายที่แตกต่างกัน

การบำบัดโรคตามศาสตร์แพทย์แผนจีน มีอะไรบ้าง?

แพทย์แผนจีนมีเครื่องมือในการบำบัดที่หลากหลาย แต่ละวิธีมีกลไกการทำงานและประโยชน์ที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยและสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย บางครั้งอาจใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อเสริมประสิทธิภาพการรักษาซึ่งกันและกันให้ดีมากยิ่งขึ้น

การฝังเข็ม

วิธีการบำบัดด้วยเข็มบางพิเศษที่แทงลงบนจุดฝังเข็มตามแนวเส้นลมปราณ เพื่อปรับสมดุลการไหลเวียนของพลังชี่และเลือด เป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยความรู้และความชำนาญสูง เพราะการเลือกจุดและเทคนิคที่ถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการรักษา

ข้อดีของการฝังเข็ม

  • กระตุ้นระบบประสาทให้หลั่งสารสื่อประสาทและสารเอ็นดอร์ฟิน ช่วยระงับปวดและลดการอักเสบโดยธรรมชาติ
  • แก้ไขภาวะชี่ติดขัดหรือไหลเวียนผิดปกติ ส่งเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายให้สอดประสานกัน
  • คลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเกร็งโดยไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวด
  • ปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งกระตุ้นเมื่อต่ำเกินไปและลดเมื่อทำงานมากเกินไป เช่นในโรคภูมิแพ้

ครอบแก้ว

เทคนิคบำบัดโดยใช้ถ้วยสุญญากาศ (อาจทำจากแก้ว ซิลิโคน หรือไม้ไผ่) ครอบลงบนผิวหนัง ความดันลบที่เกิดขึ้นจะดึงเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังขึ้นมา กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองในบริเวณนั้น หลังการครอบแก้ว ผิวหนังอาจปรากฏรอยแดงหรือม่วงคล้ำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะจางหายไปใน 5-7 วัน

ข้อดีของการครอบแก้ว

  • เพิ่มการไหลเวียนเลือดในบริเวณที่ติดขัด ช่วยนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์
  • กระตุ้นระบบน้ำเหลือง เร่งการกำจัดของเสียและเสริมภูมิคุ้มกันในบริเวณนั้น
  • บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณหลังและไหล่
  • ขับความชื้นและของเสียที่สะสมในเนื้อเยื่อ
  • ปรับสมดุลหยิน-หยาง เสริมพลังงานให้ร่างกายแข็งแรง

กัวซา

ศิลปะการบำบัดด้วยการขูดผิวหนังเบาๆ ด้วยอุปกรณ์พิเศษ (เช่น หยก เขาสัตว์ หรือวัสดุที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ) ร่วมกับน้ำมันหรือครีมหล่อลื่น เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนและขับสารพิษ หลังการทำกัวซา ผิวหนังอาจมีรอยแดงปรากฏ ซึ่งเป็นสัญญาณของการกำจัดความร้อนและสารพิษ รอยจะค่อยๆ จางหายภายใน 5-7 วัน

ข้อดีของการกัวซา

  • เร่งการผลัดเซลล์ผิว ฟื้นฟูผิวให้สดใสและส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน
  • เปิดรูขุมขน ช่วยระบายความร้อนและขับสารพิษผ่านเหงื่อ
  • บรรเทาอาการไข้ ปวดเมื่อย ชา และอาการปวดหัวตัวร้อนจากไข้หวัด
  • กระตุ้นการหมุนเวียนเลือดใต้ผิวหนัง ลดการอักเสบและช่วยให้เนื้อเยื่อได้รับสารอาหารดีขึ้น
  • กระตุ้นต่อมน้ำเหลือง ลดการผลิตไขมันบนใบหน้า ช่วยให้ผิวสมดุลและลดสิว
  • เสริมระบบภูมิต้านทาน ช่วยร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

โคมร้อน

การบำบัดด้วยความร้อนระดับลึก โดยใช้โคมพิเศษที่มีแหล่งความร้อนภายใน นำมาประคบหรือเคลื่อนไหวเหนือบริเวณที่ต้องการรักษา ความร้อนจะแทรกซึมลงสู่กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อส่วนลึก เพื่อช่วยขยายหลอดเลือด เพิ่มการไหลเวียน และคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด เหมาะสำหรับบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบในระดับลึก

การนวดทุยหนา

ศาสตร์การนวดเพื่อบำบัดรักษาเฉพาะจุด ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน ในรูปแบบจีนโบราณที่แตกต่างจากการนวดทั่วไป โดยใช้เทคนิคหลากหลาย ทั้งการกด บีบ คลึง ถู ดีด ดึง และสั่น ตามแนวเส้นลมปราณและจุดสำคัญบนร่างกาย เพื่อปรับการไหลเวียนของชี่และเลือด คลายการติดขัด และกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายใน

ข้อดีของการนวดทุยหนา

  • ปรับสมดุลการไหลเวียนเลือดและลมปราณ ขับความเย็น ลดอาการปวด
  • ลดการบวมน้ำ กระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง เสริมภูมิคุ้มกัน
  • ฟื้นฟูเส้นเอ็น จัดกระดูกให้เข้าที่ หล่อลื่นข้อต่อ เพิ่มความยืดหยุ่น
  • สร้างสมดุลให้ระบบต่างๆ ทั้งระบบกล้ามเนื้อ ประสาท ไหลเวียนเลือด ย่อยอาหาร ต่อมไร้ท่อ ภูมิคุ้มกัน ทางเดินหายใจ และขับถ่าย

การรมยา

การบำบัดด้วยความร้อนและสมุนไพรจากโกศจุฬาลัมพา ( ในภาษาจีนเรียก อ้ายเย่ ) ซึ่งมีสรรพคุณขับความเย็น ลดปวด และกระตุ้นการไหลเวียน วิธีการคือการนำสมุนไพรมาทำเป็นก้อนหรือแท่ง จุดไฟ แล้วนำไปจ่อเหนือจุดฝังเข็มหรือบริเวณที่มีอาการ ความร้อนและสารสำคัญจะซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่เส้นลมปราณ กระตุ้นการไหลเวียนและปรับสมดุลพลังงาน การรมยาใช้เวลา 10-20 นาที ขึ้นกับลักษณะอาการและสภาพร่างกาย

ข้อดีของการรมยา

  • บรรเทาอาการปวดจากความเย็น โดยเฉพาะปวดคอ หลัง และเข่า
  • กระตุ้นเลือดที่คั่งให้ไหลเวียน เช่น ช่วยแก้ประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ
  • ละลายเสมหะและความชื้น แก้ไอ หอบหืด และอาการระบบทางเดินหายใจ
  • เสริมภูมิต้านทาน ช่วยในกรณีไข้หวัดบ่อยจากร่างกายอ่อนแอ
  • ชะลอความเสื่อมของร่างกาย ฟื้นฟูฮอร์โมน ช่วยปัญหาสมรรถภาพเพศชาย

การใช้ยาสมุนไพรจีน

หัวใจของการบำบัดด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน คือการใช้ตำรับยาสมุนไพร ซึ่งผสมผสานพืช สัตว์ และแร่ธาตุหลายชนิดตามหลักการเสริมฤทธิ์และลดผลข้างเคียงซึ่งกันและกัน แพทย์จีนจะปรุงตำรับยาเฉพาะสำหรับแต่ละคนตามสภาพร่างกายและลักษณะอาการ ยาสมุนไพรจีนช่วยปรับสมดุลภายใน บำรุงอวัยวะที่อ่อนแอ ขับพิษและของเสีย ตลอดจนกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและชี่ ยาอาจอยู่ในรูปแบบต่างๆ ทั้งยาต้ม ยาเม็ด ยาผง หรือยาลูกกลอน เพื่อความสะดวกในการใช้ ที่ IMI Wellness มีบริการยาจีน ด้วยนวัตกรรมทันสมัยคือยาจีนในรูปแบบแคปซูลเฉพาะบุคคลที่ได้มาตรฐาน

H2: ทำไมต้องเป็นแพทย์แผนจีน ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรค?

จุดเด่นของการแพทย์แผนจีนที่แตกต่างจากการแพทย์สมัยใหม่คือ มุมมองแบบองค์รวม ไม่ได้แยกร่างกายเป็นส่วนๆ หรือมุ่งแต่รักษาอวัยวะที่มีปัญหา แต่พิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างระบบต่างๆ ภายในร่างกาย จึงสามารถค้นหา และแก้ไขต้นตอของปัญหาได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ การบำบัดแผนจีนยังใช้วิธีธรรมชาติที่มีผลข้างเคียงน้อย ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีหรือการผ่าตัดที่รุนแรง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูร่างกายในระยะยาว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ที่แพทย์แผนปัจจุบันรักษาไม่ได้ ทำได้แค่ควบคุมอาการ

หากต้องการ ตรวจ/บำรุง/รักษา ด้วยแพทย์แผนจีน ทำไมต้องมาทำที่ IMI Wellness?

การเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลการรักษา IMI Wellness โดดเด่นด้วยทีมแพทย์จีนที่จบจากสถาบันชั้นนำของจีนทั้งปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ รวมถึงแพทย์จีนหัวเฉียวรุ่นแรกในเมืองไทย ทุกท่านล้วนมีประสบการณ์สูงในการวินิจฉัยและรักษาโรคหลากหลาย เรามุ่งมั่นตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ด้วยอุปกรณ์ที่สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง เพื่อประสบการณ์การรักษาที่ประทับใจ

สรุป

การแพทย์แผนจีนเป็นศาสตร์ การรักษาแบบโบราณที่ยังคงคุณค่าในยุคปัจจุบัน ด้วยปรัชญาการมองสุขภาพแบบองค์รวม และการปรับสมดุลให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเอง ทำให้สามารถดูแลสุขภาพได้หลากหลายมิติ ทั้งการบรรเทาโรคเรื้อรังและอาการเฉียบพลัน ผ่านการวินิจฉัยที่ละเอียดด้วยหลักการ “มอง-ฟัง-ถาม-จับ” และวิธีการบำบัดที่หลากหลาย ทั้งฝังเข็ม ครอบแก้ว กัวซา โคมร้อน นวดทุยหนา รมยา และยาสมุนไพรจีน ที่ IMI Wellness คุณจะได้พบกับการดูแลสุขภาพแบบแพทย์แผนจีนอย่างครบวงจร ด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์มายาวนานจากสถาบันชั้นนำ พร้อมอุปกรณ์ทันสมัยได้มาตรฐาน เราให้ความสำคัญกับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อค้นหาต้นตอปัญหา และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคล เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

คำถามที่พบบ่อย

แพทย์แผนจีนถือเป็นหมอหรือไม่?

ใช่ แพทย์แผนจีนถือเป็นหมอที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายในประเทศไทย ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนจีนต้องผ่านการศึกษาและได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน จากกระทรวงสาธารณสุข มีความรู้ทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติในการวินิจฉัยและรักษาโรคตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน

แพทย์แผนจีนสามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง?

การแพทย์แผนจีนสามารถช่วยบำบัดโรคและอาการต่างๆ ได้หลากหลาย ดังนี้

อาการที่สามารถบำบัดรักษาได้โดยการแพทย์แผนจีน

  • รักษาและบรรเทากลุ่มอาการปวดต่างๆ
  • อัมพฤกษ์อัมพาตและผลข้างเคียงหลังจากป่วยด้วยโรคทางสมอง
  • โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน
  • โรคผิวหนัง และความงาม
  • โรคทางหู
  • โรคภูมิแพ้
  • โรคเครียดนอนไม่หลับ
  • โรคไมเกรนอาการปวดหัวเรื้อรัง

แพทย์แผนจีนสามารถทํางานอะไรได้บ้าง?

แพทย์แผนจีนสามารถทำงานได้หลากหลาย ทั้งในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน คลินิกการแพทย์แผนจีน โรงพยาบาลที่มีแผนกแพทย์แผนจีน สถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนด้านการแพทย์แผนจีน รวมถึงการเปิดคลินิกส่วนตัว แพทย์แผนจีนสามารถตรวจวินิจฉัยโรค ให้การรักษาด้วยวิธีต่างๆ เช่น การฝังเข็ม ครอบแก้ว กัวซา รมยา นวดจีนทุยหนา และจ่ายยาสมุนไพรจีน

หมอจีนเรียกว่าอะไร?

หมอจีนมีชื่อเรียกหลายอย่าง ในภาษาไทยมักเรียกว่า “หมอจีน” หรือ “แพทย์แผนจีน” บางครั้งอาจเรียกว่า “หมอแมะ” ซึ่งมาจากการที่หมอจีนต้องตรวจชีพจร (พะแมะ) เป็นส่วนสำคัญในการวินิจฉัยโรค ในภาษาจีนเรียกว่า “จงอีเซิง” (中医生) หรือ “ไท่อีเซิง” (太医生) ซึ่งแปลว่าแพทย์ที่รักษาตามหลักการแพทย์จีน

การแพทย์แผนจีนโบราณคืออะไร?

การแพทย์แผนจีนโบราณ คือ ระบบการแพทย์ที่มีรากฐานและการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องในประเทศจีนกว่า 2,500 ปี มีทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับสมดุลของหยินหยาง (阴阳), ธาตุทั้งห้า (五行), เส้นลมปราณ (经络) และพลังชี่ (气) ใช้การวินิจฉัยโรคด้วยวิธีการมอง ฟัง ถาม และจับชีพจร มีการรักษาด้วยการฝังเข็ม ยาสมุนไพร การนวด รมยา ครอบแก้ว และกัวซา โดยมีการบันทึกเป็นตำรายาและการแพทย์ต่างๆ เช่น คัมภีร์ภายในจักรพรรดิเหลือง หรือคัมภีร์หวงตี้เน่ยจิง (黄帝内经) และคัมภีร์ซานฮั่นลุ่น (伤寒论)

IMI Wellness สถาบันสุขภาพการแพทย์เชิงบูรณาการ
中西医结合研究所

รักษาผู้ป่วยด้วยศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนจีนอย่างเต็มรูปแบบ ยินดีให้คำปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพ

นำทีมโดยทีมแพทย์จุฬา เชียงใหม่ , แพทย์จีนปริญญาปักกิ่ง เซียงไฮ้ ,แพทย์จีนหัวเฉียวรุ่นแรกในประเทศไทย

สอบถามเพิ่มเติม
โทร : 061-6919145 (สาขาเพชรเกษม)
โทร : 099-2395365 (สาขาหลักสี่)
โทร : 084-2924795 (สาขาพัทยา)
โทร : 097-9216424 (สาขาภูเก็ต)

Contact Us
สาขาหลักสี่
สาขา เพชรเกษม
สาขา พัทยา
สาขา ภูเก็ต