คุณกำลังเผชิญกับอาการปวดศีรษะรุนแรงจนกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันอยู่หรือไม่? อาการ ปวดหัวไมเกรน ไม่ได้เป็นเพียงความเจ็บปวดทั่วไป แต่เป็นสัญญาณสำคัญจากร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าอาการไมเกรนที่แท้จริงเป็นอย่างไร พร้อมเจาะลึกว่า ไมเกรนเกิดจากอะไร รวมถึงแนะนำแนวทางการดูแล รักษา และฟื้นฟูด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน ซึ่งมุ่งเน้นการปรับสมดุลร่างกายจากภายใน เพื่อช่วย แก้ไมเกรน ได้อย่างตรงจุด
ไมเกรน คืออะไร?
โรคไมเกรนเป็นความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการ ปวดหัวไมเกรน อย่างรุนแรงและมักเกิดซ้ำเรื้อรัง โดยลักษณะของอาการ จะมีความแตกต่างจากอาการปวดศีรษะทั่วไป ทั้งในด้านความรุนแรง ระยะเวลา และอาการร่วมที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
ไมเกรน เกิดจากอะไร?
ไมเกรนเป็นโรคของระบบประสาทชนิดเรื้อรังที่มีความซับซ้อน โดยอาการ ปวดหัวไมเกรน ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการทำงานในสมองหลายส่วนร่วมกัน ได้แก่ สมองส่วนไฮโปธาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งควบคุมจังหวะชีวภาพและฮอร์โมน แกนสมอง (Brain Stem) ที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความเจ็บปวด และเส้นประสาทไทรเจมินัล (Trigeminal Nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทสำคัญในการส่งสัญญาณความปวดบริเวณศีรษะและใบหน้า เมื่อระบบเหล่านี้ทำงานผิดปกติ จะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารก่อการอักเสบในสมอง ส่งผลให้หลอดเลือดสมองเกิดการขยายตัวและไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น จนนำไปสู่สัญญาณความปวดและอาการร่วมอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือไวต่อแสงและเสียง

อาการไมเกรน เป็นอย่างไร?
อาการของไมเกรนสามารถสังเกตได้จากลักษณะ ปวดหัวไมเกรน ที่มักปวดตุบ ๆ ตามจังหวะชีพจร บริเวณขมับข้างใดข้างหนึ่ง และอาจลามไปยังท้ายทอยหรือกระบอกตา โดย ไมเกรนอาการ มักมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่าการปวดศีรษะทั่วไป ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเตือนล่วงหน้า เช่น มองเห็นแสงแฟลช ภาพพร่ามัว รู้สึกมึนงง สมาธิลดลง หรืออารมณ์แปรปรวน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ไมเกรนเกิดจากอะไร และ ไมเกรนเกิดจาก ความผิดปกติของระบบประสาทที่ซับซ้อน ไม่ใช่เพียงอาการปวดธรรมดา
อาการที่พบบ่อย ได้แก่:
- ปวดศีรษะตุบ ๆ ตามจังหวะชีพจร มักปวดข้างเดียว
- คลื่นไส้ หรืออาเจียน
- ไวต่อแสง เสียง และกลิ่น
- ปวดร้าวไปบริเวณท้ายทอยหรือรอบดวงตา
ระยะของไมเกรน:
- ระยะก่อนปวด (Prodrome): อ่อนเพลีย หาวบ่อย ปวดตึงคอ อารมณ์เปลี่ยนแปลง
- ระยะออร่า (Aura): มีอาการทางการมองเห็นหรือระบบประสาทชั่วคราว (พบประมาณ 20–25%)
- ระยะปวดศีรษะ (Headache): ช่วงที่เกิด ปวดหัวไมเกรน อย่างชัดเจน ร่วมกับอาการคลื่นไส้ แพ้แสง แพ้เสียง
- ระยะหลังปวด (Postdrome): อ่อนล้า สมองตื้อ คิดช้า แม้อาการปวดจะดีขึ้นแล้ว
- ระยะระหว่างอาการ (Interictal): ช่วงที่ไม่ปวด แต่บางรายยังมีความไวของระบบประสาท
ในบางราย อาการอาจพัฒนาเป็นไมเกรนเรื้อรัง โดยมีอาการปวดศีรษะมากกว่า 15 วันต่อเดือน ต่อเนื่องเกิน 3 เดือน และมีลักษณะของไมเกรนอย่างน้อย 8 วันต่อเดือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แม้การใช้ ยาแก้ปวดไมเกรน จะช่วยบรรเทาอาการได้ แต่การดูแลอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องจะช่วยให้สามารถ แก้ไมเกรน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ

ปวดหัวไมเกรน ต่างจาก ปวดหัวทั่วไป อย่างไร?
หลายคนมักสับสนว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นเพียง ปวดศีรษะทั่วไป หรือเป็น ปวดไมเกรน ซึ่งสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้ดังนี้
ลักษณะอาการปวด
• ปวดศีรษะทั่วไป: ปวดแบบตึงรัดหรือบีบรอบศีรษะ คล้ายมีแรงกด มักปวดทั้งสองข้าง
• ปวดไมเกรน: ปวดแบบตุบ ๆ ตามจังหวะชีพจร อาจปวดข้างเดียวหรือสองข้าง และมีแนวโน้มรุนแรงกว่า
อาการร่วม
• ปวดศีรษะทั่วไป: อาจมีอาการตึงคอ อ่อนเพลีย หรือเครียดร่วมด้วย แต่โดยมากไม่มีอาการคลื่นไส้หรือไวต่อแสงเสียงเด่นชัด
• ปวดไมเกรน: มักมีคลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่นร่วมด้วย
ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
• ปวดศีรษะทั่วไป: ส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
• ปวดไมเกรน: มักรบกวนการทำงานและชีวิตประจำวัน อาจต้องหยุดพักเพื่อบรรเทาอาการ
โดยสรุป ปวดศีรษะทั่วไป มักเกี่ยวข้องกับความตึงของกล้ามเนื้อและความเครียด ในขณะที่ ปวดไมเกรน เป็นภาวะทางระบบประสาทที่มีรูปแบบอาการเฉพาะ การแยกความแตกต่างตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เข้าใจว่า ไมเกรนเกิดจากอะไร และสนับสนุนการวางแนวทางดูแลหรือ แก้ไมเกรน ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
ปวดหัวไมเกรนแบบไหนที่ควรรีบมาพบแพทย์
แม้โรค ไมเกรน จะสามารถดูแลอาการเบื้องต้นได้ แต่หากลักษณะของ ปวดหัวไมเกรน เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม ควรสังเกตอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าอาการกำลังควบคุมได้ยากขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นไมเกรนเรื้อรัง ควรได้รับการประเมินเพื่อวางแผนดูแลที่เหมาะสม
- ความถี่ของอาการ ปวดหัวไมเกรน เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างชัดเจน
- ระยะเวลาการปวดในแต่ละครั้งยาวนานขึ้น หรือฟื้นตัวช้าลง
- ความรุนแรงของอาการเพิ่มขึ้นจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
- ต้องใช้ ยาแก้ปวดไมเกรน บ่อยขึ้น หรือประสิทธิภาพของยาลดลง
- รูปแบบของ ไมเกรนอาการ เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น ลักษณะการปวด อาการร่วม หรือการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นไม่เหมือนเดิม

ไมเกรน ในมุมมองแพทย์แผนจีน
อาการไมเกรนมีความสัมพันธ์กับปัจจัยทางด้านอารมณ์ โดยเฉพาะความโกรธและความเครียด ซึ่งส่งผลต่อกระทบต่อการทำงานของตับ ในทฤษฎีของแพทย์แผนจีน ตับทำหน้าที่ในการขับระบาย (肝主疏泄) เมื่อการขับระบายเสียสมดุล ทำให้ลมปราณของตับติดขัดเกิดเป็นไฟ (郁而化火) หรือทำให้หยางของตับลอยขึ้น (肝阳上亢) เกิดเป็นลมไฟกระทบเส้นลมปราณตับและถุงน้ำดีที่ไหลเวียนขึ้นไปที่ศีรษะ (风火循肝胆经脉上冲头部) ส่งผลให้เกิดอาการปวดไมเกรน
หรือเดิมทีในร่างกายมีเสมหะความชื้น (痰湿) สะสมอยู่ในเส้นลมปราณ เมื่อหยางของตับลอยขึ้นตามเส้นลมปราณ (肝阳上冲而循经走窜) ทำให้เส้นลมปราณเส้าหยาง (少阳经脉) ที่อยู่บริเวณศีรษะไหลเวียนไม่สะดวก เกิดการอุดกั้นจึงทำให้เกิดอาการปวดไมเกรนขึ้น
วิธีรักษา ไมเกรน ด้วยแพทย์แผนจีน
สำหรับผู้ที่ต้องการ แก้ไมเกรน ศาสตร์การแพทย์แผนจีนถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ สามารถตรวจสอบ บริการการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน ของเราที่มีทีมแพทย์จีนที่มีประสบการณ์ ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ประเมินร่างกายแบบองค์รวม โดยมีวิธีการรักษาหลักๆ ดังนี้
การฝังเข็ม
การฝังเข็มจะใช้วิธีระบายการทำงานของตับและถุงน้ำดี (疏泄肝胆) เปิดเส้นลมปราณและบรรเทาอาการปวด (通经止痛) โดยเน้นจุดฝังเข็มบริเวณเส้นลมปราณตับ (足厥阴肝经) เส้นลมปราณถุงน้ำดี (足少阳胆经) และ เส้นลมปราณซานเจียว (手少阳三焦经) เป็นหลัก
การครอบแก้ว
การครอบแก้วจะช่วยคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณบริเวณ ขจัดของเสียลดการติดขัดของลมปราณ ช่วยบรรเทาอาการไมเกรนได้ โดยจะเป็นการรักษาควบคู่กับการฝังเข็มและการทานยาจีน
ยาสมุนไพรจีน
การจ่ายยาสมุนไพรจีนในการรักษาไมเกรนโดยทั่วไปมุ่งเน้นการปรับตับให้สงบ ลดความร้อน และขับลมเปิดเส้นลมปราณ (平肝清热,息风通络) เป็นหลัก ส่วนในกรณีโรคเรื้อรังและมีการเข้าสู่เส้นลมปราณ (久病入络) จะมีการพิจารณาปรับเพิ่มตัวยาเพื่อช่วยสลายเลือดคั่ง เปิดเส้นลมปราณ และขับลม (散瘀通络,搜剔息风) โดยแพทย์จีนที่ IMI Clinic จะจ่ายยาจีนเฉพาะบุคคล เพื่อการรักษาที่ตรงจุด เหมาะกับอาการและพื้นฐานร่างกายของแต่ละท่าน
วิธีดูแลตนเองเมื่อปวดหัวไมเกรน แบบแพทย์แผนจีน
เมื่ออาการกำเริบ การตั้งสติและรับมืออย่างถูกวิธีจะช่วยลดความรุนแรงของความปวดลงได้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
- พักผ่อนในที่สงบ
หลบเข้าไปอยู่ในห้องที่มืด เงียบสงบ และมีอากาศถ่ายเทสะดวกอยู่ในที่เงียบ มืด และอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อช่วยให้การไหลเวียนของลมปราณสงบลง ลดภาวะลมและไฟที่รบกวนบริเวณศีรษะ
- นวดกดจุดบรรเทาอาการ
นวดคลึงเบา ๆ ใช้เวลาประมาณ 3–5 นาทีต่อจุด หรือรวมทั้งหมดประมาณ 10–15 นาทีต่อรอบ สามารถทำซ้ำได้วันละ 2–3 ครั้งตามอาการ
– จุดไท่หยาง (太阳穴): อยู่บริเวณขมับด้านข้างศีรษะกึ่งกลางระหว่างปลายหางคิ้วกับหางตา
– จุดเฟิงฉือ (风池穴): อยู่บริเวณฐานกะโหลกด้านหลังคอ ระหว่างกล้ามเนื้อคอกับฐานกะโหลกทั้งสองข้าง เมื่อคลำดูจะพบรอยบุ๋มตรงท้ายทอยแนวเดียวกับกกหู
– จุดไป่ฮุ่ย (百会穴): อยู่กึ่งกลางศีรษะด้านบนสุด ลากเส้นเชื่อมระหว่างยอดใบหูทั้งสองข้างขึ้นมาจะมาบรรจบกันที่จุดนี้
การนวดกดจุด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของลมปราณ บรรเทาอาการปวดศีรษะจากไมเกรน พร้อมช่วยคลายความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและคอ
- ดื่มน้ำเก๊กฮวย
ดอกเก๊กฮวยเป็นยาที่มีรสหวานขม มีฤทธิ์เย็นเล็กน้อย ช่วยกระจายลมและลดความร้อน สงบตับ ลดการคั่งของธาตุหยางในร่างกาย ช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน
การป้องกัน ปวดหัวไมเกรน ทำได้โดยการปรับพฤติกรรมและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เนื่องจาก ไมเกรนเกิดจาก ความไวของระบบประสาทต่อปัจจัยบางอย่าง เช่น ความเครียด การนอน และสิ่งแวดล้อม การดูแลอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความถี่ของ ไมเกรนอาการ ได้
- จัดการความเครียด
ทำสมาธิ ฝึกหายใจ หรือออกกำลังกายเบา ๆ ช่วยลดความเครียดที่กระตุ้นไมเกรน - นอนให้เพียงพอและเป็นเวลา
ควรนอน 7–8 ชั่วโมงต่อวัน หลีกเลี่ยงการนอนดึก นอนไม่เป็นเวลา หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ - ดูแลอาหารและดื่มน้ำให้พอ
กินอาหารให้เป็นเวลา ดื่มน้ำเพียงพอ และหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้น เช่น กาแฟ ช็อกโกแลต แอลกอฮอล์ อาหารหมักดอง (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) - ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เลือกกิจกรรมระดับเบาถึงปานกลาง เช่น เดินเร็ว โยคะ หรือว่ายน้ำ 3–5 ครั้งต่อสัปดาห์ - หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเฉพาะตัว
เช่น แสงจ้า กลิ่นแรง ควันบุหรี่ หรือเสียงดัง โดยสังเกตว่าอะไรทำให้เกิด ปวดหัวไมเกรน ในแต่ละคน - สังเกตรูปแบบอาการของตนเอง
การเข้าใจว่า ไมเกรนเกิดจากอะไร ในแต่ละบุคคล จะช่วยให้ปรับพฤติกรรมและช่วยในการ แก้ไมเกรน ได้ดีขึ้นในระยะยาว
หากต้องการรักษา ไมเกรน ทำไมต้องมาที่คลินิก IMI Clinic!
IMI Clinic มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเพื่อให้คุณ แก้ไขปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุและฟื้นฟูสมดุลของร่างกายจากภายใน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมแพทย์จีนที่พร้อมดูแลสุขภาพด้วยความเข้าใจ เพื่อให้คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ ปราศจากความกังวลเรื่องสุขภาพ
สรุป
อาการ ปวดหัวไมเกรน เป็นความทรมานที่เกิดจากความเสียสมดุลของระบบประสาทและสมดุลในร่างกาย การทำความเข้าใจว่า ไมเกรนเกิดจากอะไร และสังเกต ไมเกรนอาการ ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้รับมือได้อย่างถูกต้อง หากกำลังมองหาทาง แก้ไมเกรน ที่ยั่งยืนโดยลดการใช้ ยาแก้ปวดไมเกรน สามารถสอบถามรายละเอียด บริการของเรา ได้ทันที ทีมแพทย์ชำนาญการที่ IMI Clinic ยินดีประเมินเพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุดและคืนสุขภาพที่ดีให้แก่คุณ
คำถามที่พบบ่อย
การฝังเข็มช่วย แก้ไมเกรน ได้จริงหรือ?
การฝังเข็มได้รับการยอมรับจาก WHO ว่ามีส่วนช่วยบรรเทาความทรมานจากโรค ไมเกรน และลดความถี่ของการเกิดอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเข็มขนาดเล็กจะเข้าไปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และปรับสมดุลอวัยวะภายในร่างกาย
ปวดหัวไมเกรน ควรกินและหลีกเลี่ยงอาหารประเภทใด?
ควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ คาเฟอีนมากหรือการงดกะทันหัน ช็อกโกแลต ชีสบ่ม อาหารแปรรูป ผงชูรส และอาหารหวานหรือเค็มจัด เพราะอาจกระตุ้นอาการได้
ควรเลือกกินอาหารสด เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนไม่ติดมันอย่างปลา ไก่ ไข่ หรือเต้าหู้ รวมถึงอาหารที่มีแมกนีเซียม เช่น กล้วยและผักใบเขียว และควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยลดโอกาสเกิดอาการปวดหัว
สามารถใช้ ยาแก้ปวดไมเกรน ร่วมกับการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนได้หรือไม่?
สามารถทำควบคู่กันได้ ในช่วงที่อาการกำเริบหนักสามารถทาน ยาแก้ปวดไมเกรน เพื่อบรรเทาความปวดเบื้องต้นได้ และการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนควบคู่อย่างต่อเนื่องจะช่วยปรับสมดุลร่างกาย ลดความถี่และความรุนแรงของอาการในระยะยาวซึ่งจะช่วยให้พึ่งพายาน้อยลงและกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน
เรียบเรียงโดย
แพทย์จีนอรสิริ วัฒนธรรม (หมออุ๋มอิ๋ม)
แพทย์จีนประจำ IMI Clinic




