การครอบแก้ว (Cupping Therapy) เป็นศาสตร์การบำบัดของแพทย์แผนจีนที่มีประวัติยาวนาน และยังคงได้รับความนิยมในปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติในการช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะปวดตึงกล้ามเนื้อหรือระบบไหลเวียนติดขัด
ที่ IMI Wellness เรามีบริการครอบแก้วที่ดำเนินการโดยแพทย์แผนจีนที่มีประสบการณ์ เพื่อให้การรักษามีความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ก่อนเข้ารับบริการ ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจทั้งประโยชน์และข้อควรระวังของการครอบแก้ว เพื่อการตัดสินใจที่มั่นใจและเหมาะสมที่สุด
การครอบแก้ว (Cupping Therapy) คืออะไร?
การครอบแก้วเป็นวิธีบำบัดตามศาสตร์แพทย์แผนจีนที่มีมาตั้งแต่โบราณ เดิมใช้เขาสัตว์หรือไม้ไผ่ ก่อนพัฒนามาเป็นแก้วทรงกลมในปัจจุบัน วิธีการคือใช้ไฟหรืออุปกรณ์สร้างสุญญากาศภายในแก้ว แล้วครอบลงบนผิวหนังเพื่อให้เกิดแรงดูด ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน การครอบแก้วช่วยขับความเย็นและความชื้นที่สะสมในเส้นลมปราณ ทำให้พลังลมปราณและเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น จึงช่วยบรรเทาอาการปวดและคลายการติดขัดของกล้ามเนื้อ
ในเชิงวิทยาศาสตร์ แรงดูดจากการครอบแก้วช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ขยายหลอดเลือดฝอย เพิ่มออกซิเจนและสารอาหารไปยังเนื้อเยื่อ พร้อมทั้งส่งเสริมการซ่อมแซมเซลล์ที่บาดเจ็บ
การครอบแก้วมีทั้งแบบ ครอบอยู่กับที่ และ ครอบแบบเคลื่อนที่ (เดินถ้วย) ซึ่งชนิดหลังยังช่วยยืดคลายกล้ามเนื้อและพังผืดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การครอบแก้ว ช่วยอะไรได้บ้าง?

การครอบแก้วมีประโยชน์หลายด้าน โดยเฉพาะการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณในบริเวณที่มีการติดขัด ทำให้ระบบการไหลเวียนของร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ประโยชน์ที่สำคัญ ได้แก่:
- ช่วยให้เลือดและลมปราณ (ชี่) ไหลเวียนคล่องตัวทั่วร่างกาย
- Cupping Therapy บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ เช่น Office Syndrome, ปวดหลัง, ปวดคอ, ปวดบ่าไหล่, ปวดเข่า และไมเกรน
- กระตุ้นระบบน้ำเหลืองและเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
- ปรับสมดุลการไหลเวียนเลือดในจุดที่มีการอุดกั้น
- ช่วยบรรเทาสิว เมื่อใช้ร่วมกับการฝังเข็ม (วิธีที่เรียกว่า หลิวเจินป๋าก้วน)
- ช่วยขับสารพิษและความชื้นออกจากร่างกายพลังงาน
หลังการครอบแก้ว อาจเกิดรอยคล้ำบนผิวหนัง แต่ไม่เป็นอันตราย โดยทั่วไปจะค่อย ๆ จางหายไปภายใน 5–7 วัน และสามารถทำซ้ำได้เมื่อรอยเดิมจางลงแล้ว
การครอบแก้ว เหมาะกับใครบ้าง?

การครอบแก้วเป็นทางเลือกการรักษาที่เหมาะกับหลายกลุ่มคน โดยเฉพาะคนที่อยากใช้วิธีธรรมชาติแทนการพึ่งยา กลุ่มคนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการครอบแก้ว ได้แก่:
- คนทำงานออฟฟิศ – คนที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ และเสี่ยงเป็น Office Syndrome จะพบว่าการครอบแก้วช่วยบรรเทาอาการปวดคอ บ่า และหลังได้ดี
- นักกีฬาและคนออกกำลังกายประจำ – ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ล้า เร่งการฟื้นตัวหลังซ้อม และลดอาการปวดเมื่อยจากการใช้งานหนัก
- คนที่มีปัญหาการไหลเวียนเลือด – ผู้ที่เลือดไหลเวียนไม่ดีจะได้ประโยชน์จากการกระตุ้นการไหลเวียนด้วยครอบแก้ว
- คนมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ – เช่น ไอเรื้อรัง มีเสมหะ การครอบแก้วบริเวณหลังส่วนบนช่วยบรรเทาอาการได้
- คนเครียดสูง – ครอบแก้วช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ
- ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดข้อและกล้ามเนื้อ – ช่วยบรรเทาอาการปวดและเพิ่มความคล่องตัวของข้อ
- คนที่อยากลดการใช้ยาแก้ปวด – ครอบแก้วเป็นทางเลือกดีสำหรับคนที่อยากลดการใช้ยาและหันมาใช้วิธีธรรมชาติแทน
ข้อควรระวัง: การครอบแก้วไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีแผลเปิด โรคผิวหนัง ภาวะเลือดออกง่าย หรือผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีไข้สูง ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนก่อนเข้ารับบริการ
การครอบแก้ว สามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง?
ครอบแก้วรักษาโรคได้หลายอย่าง มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการของหลายโรคและอาการเจ็บป่วย โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและการไหลเวียนเลือด ด้วยความสามารถในการกระตุ้นระบบต่างๆ ในร่างกาย การครอบแก้วรักษาจึงช่วยบรรเทาอาการและส่งเสริมการฟื้นฟูได้ดี
- อาการปวดกล้ามเนื้อและปวดหลัง: การครอบแก้วช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และบรรเทาอาการปวดได้ดี
- ปัญหาระบบทางเดินหายใจ: การครอบแก้วบริเวณหลังส่วนบนช่วยบรรเทาอาการที่สัมพันธ์กับโรคทางเดินหายใจ เช่น อาการแน่นหน้าอก ไอเรื้อรัง หรือมีเสมหะมาก
- ความเครียดและวิตกกังวล: การครอบแก้วช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ คลายความตึง และลดความเครียดทางร่างกายและจิตใจ
- ปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนเลือด: Cupping Therapy ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียน เสริมการฟื้นฟูในผู้ที่มีภาวะเลือดไหลเวียนไม่ดี หรือมีอาการช้ำคั่ง
- ภาวะการอักเสบเล็กน้อย – ในบางกรณี การครอบแก้วช่วยลดอาการอักเสบเฉพาะที่และส่งเสริมการสมานตัวของเนื้อเยื่อ
ทำไมต้องครอบแก้ว ทำแล้วดีอย่างไร?

ครอบแก้วมีประโยชน์จากการใช้ความร้อนและสุญญากาศกระตุ้นระบบต่าง ๆ ในร่างกาย แรงดูดส่งผลต่อผิวหนัง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลมปราณ เสริมภูมิคุ้มกัน และขับของเสียออกจากร่างกาย นอกจากบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อแล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการอื่น ๆ เช่น ไอ ไข้หวัด และภูมิแพ้ ข้อดีคือไม่ทำให้เจ็บ แต่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อทำร่วมกับการฝังเข็ม
การครอบแก้ว มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?
การครอบแก้วควรทำโดยแพทย์แผนจีนที่ได้รับการฝึกอบรมและมีประสบการณ์ ขั้นตอนเริ่มจากการสอบถามอาการและจับชีพจร (แมะ) เพื่อวินิจฉัยสภาพร่างกาย ก่อนเข้าสู่การรักษาด้วยอุปกรณ์ครอบแก้วที่สะอาดและปลอดเชื้อ โดยใช้ความร้อนสร้างสุญญากาศภายในแก้วแล้วครอบลงบนผิวหนัง ทำให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อถูกดูดขึ้นมาเพื่อกระตุ้นการไหลเวียน
วิธีทำครอบแก้วมีหลายแบบ แต่ละวิธีเหมาะกับอาการที่แตกต่างกัน:
- ครอบแก้วแบบอยู่กับที่ – เหมาะกับอาการปวดจากความเย็น ความไม่สมดุล หรืออาการปวดเฉพาะจุด
- นวดครอบแก้วแบบเคลื่อนไหวหรือเดินถ้วย (เดินแก้ว, โจ่วก้วน) – ช่วยบรรเทาอาการปวดจากการติดขัดของลมปราณ และอาการชาตามแขนขา
- ครอบแก้วแบบดึงเร็ว (ส่านก้วน) – เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการปวดและชาบริเวณผิวหนัง หรือร่างกายอ่อนแรง
- ครอบแก้วร่วมกับการใช้เข็มปลอดเชื้อ (ซื่อลั้วป๋าก้วน) – ใช้รักษา โรคผิวหนังอักเสบเล็กน้อย ฝีหนอง หรืออาการปวดเฉียบพลัน
- ครอบแก้วร่วมกับการฝังเข็ม – เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาโดยใช้ทั้งสองวิธีควบคู่กัน
การปฏิบัติตัวหลังการครอบแก้ว
การปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องหลังการครอบแก้วมีความสำคัญต่อการรักษาและการป้องกันผลข้างเคียง ผู้รับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ – การดื่มน้ำอุณหภูมิห้องมาก ๆ หลังครอบแก้วช่วยส่งเสริมการไหลเวียนและการขับของเสียออกจากร่างกาย
- หลีกเลี่ยงน้ำเย็น – ไม่ควร อาบหรือแช่น้ำเย็นทันทีหลังครอบแก้ว เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองหรือการติดเชื้อ
- ไม่สวมเครื่องประดับบนผิวหนัง – หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องประดับหรือสิ่งที่อาจกดทับบริเวณที่ผ่านการครอบแก้ว เพื่อป้องกันการระคายเคืองผิวหนัง
- ระวังความร้อน – หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้แหล่งความร้อนสูง เช่น แดดจัด หรือการอบซาวน่า เพื่อป้องกันการระคายเคืองบริเวณที่ผ่านการรักษา
- งดการนวดแรงและอาบน้ำร้อน – เพราะผิวหนังอาจยังไวต่อการสัมผัสและเกิดการระคายเคืองได้ง่าย
หากมีอาการผิดปกติหรือข้อสงสัยหลังการครอบแก้ว ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนที่มีประสบการณ์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมทันที✅
การครอบแก้ว มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
แม้ว่า Cupping Therapy จะถือเป็นวิธีการบำบัดที่ค่อนข้างปลอดภัย แต่หากทำไม่ถูกวิธีหรือครอบนานเกินไป ก็อาจเกิดผลข้างเคียงบางประการได้ การทราบล่วงหน้าจะช่วยให้เตรียมพร้อมและป้องกันได้อย่างเหมาะสม
- รอยแดงหรือรอยช้ำ – บริเวณที่ผ่านการครอบแก้วมักมีรอยแดงหรือรอยช้ำ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติและจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน
- รอยคล้ำหรือรอยดำ – หากครอบแก้วในบริเวณที่เลือดไหลเวียนไม่ดี อาจเกิดรอยคล้ำหรือรอยดำซึ่งจะใช้เวลานานกว่าในการจางหาย
- แผลพุพอง – เกิดจากการครอบแก้วนานเกินไปหรือแรงดูดมากเกินไป ทำให้ผิวหนังพองและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- มีเลือดออกเล็กน้อย – อาจพบได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อใช้เทคนิคที่มีการเจาะร่วม
- ความรู้สึกร้อนหรือแสบร้อน – บางรายอาจรู้สึกตึงหรือแสบหลังครอบแก้ว แต่โดยทั่วไปจะทุเลาไปเองในระยะสั้น
ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนที่มีประสบการณ์ก่อนเข้ารับการครอบแก้ว โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการครอบแก้วโดยทั่วไปคือประมาณ 5–10 นาที และไม่ควรครอบไว้นานเกินไปเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดตุ่มน้ำและการติดเชื้อ✅
ความถี่ในการครอบแก้วที่เหมาะสม
ความถี่ในการครอบแก้วขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย อาการ และวัตถุประสงค์ของการรักษา โดยทั่วไปสามารถแนะนำได้ดังนี้:
- สำหรับอาการเฉียบพลัน – เช่น ปวดกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกาย หรืออาการปวดหลังที่เพิ่งเกิดขึ้น สามารถทำครอบแก้วได้สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง จนกว่าอาการจะดีขึ้น
- สำหรับอาการเรื้อรัง – เช่น อาการปวดเรื้อรังหรือความเครียดสะสม แนะนำให้ทำครอบแก้วสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่อง 4–6 สัปดาห์ แล้วจึงประเมินผล
- สำหรับการบำรุงสุขภาพทั่วไป – อาจทำครอบแก้วเดือนละ1 ถึง2ครั้ง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนและเสริมภูมิคุ้มกัน
สิ่งสำคัญคือควรเว้นระยะให้ผิวหนังฟื้นตัวก่อนการครอบแก้วครั้งถัดไป โดยทั่วไปประมาณ 5–7 วัน หรือจนกว่ารอยช้ำจะจางหาย ทั้งนี้ ความถี่ที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์แผนจีนที่มีประสบการณ์
ที่ IMI Wellness เรามีการติดตามผลและปรับแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะสมกับการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล✅
หากต้องการครอบแก้วทางการแพทย์แผนจีน ทำไมต้องมาทำที่ IMI Wellness?
การครอบแก้วเป็นศาสตร์การบำบัดของแพทย์แผนจีนที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ และประสบการณ์ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด ที่ IMI Wellness เรามีทีมแพทย์แผนจีน ซึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ รวมถึงแพทย์แผนจีนหัวเฉียวรุ่นแรกของประเทศไทย ทุกท่านมีประสบการณ์ ในการวินิจฉัยและออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
เราคัดสรรอุปกรณ์ครอบแก้วที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน พร้อมทั้งผสมผสานการรักษากับศาสตร์แพทย์แผนจีนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝังเข็ม การรมยา การนวดทุยหนา และการใช้สมุนไพรจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาให้ครอบคลุมและตรงกับความต้องการของผู้รับบริการมากที่สุด✅
สรุป
การครอบแก้วยังคงเป็นศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ได้รับความนิยม ด้วยคุณประโยชน์ในการบรรเทาอาการปวด กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และเสริมภูมิคุ้มกัน เหมาะสำหรับคนทำงานออฟฟิศ นักกีฬา ผู้สูงอายุ และผู้ที่มองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพโดยไม่พึ่งพายา แม้ว่าอาจเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปจะหายไปเองภายใน 5–7 วัน
ที่ IMI Wellness เรามีทีมแพทย์แผนจีนที่มีประสบการณ์ อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การครอบแก้วและการรักษาแพทย์แผนจีนอื่น ๆ เป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ คุณสามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการกับเราได้ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การรักษาที่ครบวงจรและเชื่อถือได้✅
คำถามที่พบบ่อย
ครอบแก้ว ช่วยรักษาโรคอะไรบ้าง?
ครอบแก้วช่วยบรรเทาอาการได้หลายอย่าง เช่น ปวดกล้ามเนื้อและปวดหลัง ปัญหาระบบทางเดินหายใจอย่างไอเรื้อรัง ความเครียดและวิตกกังวล ปัญหาการไหลเวียนเลือด อาการปวดข้อ ปัญหาผิวหนังบางชนิดเช่นสิว (เมื่อทำร่วมกับการฝังเข็ม) และอาการอักเสบบางประเภท โดยผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล✅
ครอบแก้ว ผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
ผลข้างเคียงที่อาจพบจากการครอบแก้ว ได้แก่ รอยแดงหรือรอยช้ำ (มักหายใน 5–7 วัน), รอยคล้ำในผู้ที่มีการไหลเวียนเลือดไม่ดี, อาจมีแผลพุพองหากครอบนานเกินไป, เลือดออกเล็กน้อยในบางกรณี และความรู้สึกร้อนหรือแสบร้อนหลังการรักษา ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนที่มีประสบการณ์ และไม่ควรครอบแก้วนานเกินประมาณ 10 นาที✅
ครอบแก้ว มีวิธีการอย่างไร?
การครอบแก้วเริ่มจากแพทย์จีนตรวจวินิจฉัยด้วยการซักประวัติและจับชีพจร จากนั้นใช้ความร้อนไล่อากาศในแก้วเพื่อสร้างสุญญากาศแล้วครอบลงบนผิวหนัง วิธีการมีหลายแบบ เช่น การครอบอยู่กับที่ การครอบแบบเคลื่อนไหวหรือเดินแก้ว การครอบแบบดึงเร็ว การครอบร่วมกับการใช้เข็ม และการครอบร่วมกับการฝังเข็ม โดยแต่ละวิธีเหมาะกับอาการที่แตกต่างกัน✅
ทำไมต้องครอบแก้ว มีข้อดีอย่างไร?
การครอบแก้วมีข้อดีหลายประการ ได้แก่ กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลมปราณ กระตุ้นระบบประสาทและเสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยขับของเสียผ่านต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน ปรับสมดุลการทำงานของร่างกาย และบรรเทาอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นวิธีธรรมชาติที่ไม่ต้องพึ่งยา ไม่ทำให้เจ็บ แต่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแทน✅
เรียบเรียงโดย
แพทย์จีนอิฐธิวัฒน์ จาง พจ.2018 ( แพทย์จีนประจำ IMI Wellness )




