ปวดหัวข้างเดียวใช่ไมเกรนจริงหรือ? รู้จัก “ไมเกรนเทียม” และวิธีรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน

ไมเกรนเทียม โดยแพทย์จีนสุชานาถ ศักดิ์ณรงค์เดช
ปวดหัวข้างเดียวใช่ไมเกรนจริงหรือ? รู้จัก “ไมเกรนเทียม” และวิธีรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน
Page 2
สารบัญ

คุณกำลังเผชิญกับอาการปวดหัวข้างเดียวเรื้อรังจนรบกวนการใช้ชีวิตใช่ไหม? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าอาการไมเกรนคืออะไร พร้อมไขข้อสงสัยว่าไมเกรนมีอาการยังไง และไมเกรนเทียมเกิดจากอะไร เพื่อให้คุณพบวิธีบรรเทาไมเกรน และวิธีแก้โรคไมเกรน โดยแก้ไขที่สาเหตุและการรักษาไมเกรน จากต้นตอผ่าน บริการของเรา เพื่อการฟื้นฟูสุขภาพอย่างยั่งยืน

ไมเกรนเทียมคืออะไร

ไมเกรนเทียม คืออะไร?

“ไมเกรนเทียม” โดยทั่วไปหมายถึงอาการปวดศีรษะที่มีลักษณะคล้ายไมเกรน แต่แท้จริงแล้วมักสอดคล้องกับภาวะปวดศีรษะจากความตึงเครียด (tension-type headache) ซึ่งเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณบ่า คอ และหนังศีรษะอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รู้สึกปวดตื้อ ปวดบีบรัดรอบศีรษะ หรือปวดร้าวไปที่ขมับ

ดังนั้น การแยกให้ชัดว่าเป็น “ไมเกรน” หรือ “ไมเกรนเทียม” จึงมีความสำคัญ เพราะแนวทางการดูแลและวิธีบรรเทาจะต่างกัน โดยในแพทย์แผนจีนจะเน้นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด และปรับสมดุลภายในเพื่อแก้ไขที่ต้นเหตุของอาการ

ไมเกรนเทียมเกิดจากอะไร

ไมเกรนเทียม เกิดจากอะไร?

“ไมเกรนเทียม” มักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะภาวะออฟฟิศซินโดรม เช่น การนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่เกิดการตึงตัว ส่งผลให้การไหลเวียนของพลังชี่ (ชี่ 气) และเลือดติดขัด จนนำไปสู่อาการปวดศีรษะ ในมุมมองของแพทย์แผนจีนภาวะนี้มักสัมพันธ์กับชี่ติดขัดและเลือดคั่ง เมื่อการไหลเวียนไม่คล่อง จะทำให้เกิดอาการปวดตึง หนักศีรษะ หรือปวดร้าวไปบริเวณขมับได้

ทั้งนี้นอกจากปัจจัยทางกายแล้ว ความเครียดและความกดดันทางอารมณ์ยังมีบทบาทสำคัญ โดยส่งผลต่อการทำงานของตับ ซึ่งควบคุมการไหลเวียนของชี่ เมื่อเกิดความเครียดสะสม จะทำให้ชี่ติดขัดมากขึ้น กล้ามเนื้อจึงเกิดการเกร็งค้าง และพัฒนาเป็น “ไมเกรนเทียม” ที่รบกวนทั้งการทำงานและสมาธิในชีวิตประจำวัน

อาการไมเกรนเทียม เป็นอย่างไร?

หากสงสัยว่า ไมเกรนอาการยังไง ในรูปแบบของ “ไมเกรนเทียม” อาการที่พบได้บ่อยคือความรู้สึกปวดตึงหรือเหมือนมีอะไรมารัดรอบศีรษะ ลักษณะคล้ายถูกบีบแน่นทั้งศีรษะ หรือปวดหนักบริเวณท้ายทอย ลามขึ้นมาที่ขมับหรือรอบเบ้าตา มักมีจุดกดเจ็บบริเวณคอ บ่า ไหล่ร่วมด้วย และอาการปวดสามารถกระจายจากฐานกะโหลกศีรษะขึ้นมาด้านบนได้ โดยความปวดมักเป็นแบบ “ตื้อ ๆ หนัก ๆ” ไม่ใช่อาการปวดตุบตามจังหวะชีพจรเหมือนในไมเกรนแท้ และสามารถเป็นต่อเนื่องได้ตั้งแต่หลายชั่วโมงจนถึงหลายวัน

ความแตกต่างระหว่าง ไมเกรนแท้ และ ไมเกรนเทียม

การแยกแยะช่วยให้เลือก วิธีแก้โรคไมเกรน ได้อย่างแม่นยำ โดยไมเกรนแท้เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดและระบบประสาทซึ่งมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย ขณะที่ไมเกรนเทียมเน้นเรื่องความตึงเครียดของกล้ามเนื้อเป็นหลัก การทราบ สาเหตุของไมเกรนการรักษา ที่ตรงจุดจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การคืนสมดุลร่างกายอย่างยั่งยืน

ลักษณะอาการ

ไมเกรนแท้

ไมเกรนเทียม

ลักษณะการปวด

ปวดตุ๊บๆ ตามจังหวะชีพจร

ปวดตื้อๆ หนักๆ เหมือนโดนบีบรัด

ตำแหน่งที่ปวด

ปวดข้างเดียว เสียวแปลบ

ปวดร้าวจากคอ บ่า ขึ้นไปขมับหรือเบ้าตา

อาการร่วม

คลื่นไส้ อาเจียน แพ้แสงและเสียง

กล้ามเนื้อบ่าคอแข็งเกร็ง มีจุดกดเจ็บ

สาเหตุหลัก

ระบบประสาทและหลอดเลือดสมอง

กล้ามเนื้อตึงตัว

วิธีดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการไมเกรนเทียม

วิธีดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการไมเกรนเทียม

เมื่อเริ่มมีสัญญาณปวดศีรษะจากไมเกรนเทียม การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีจะช่วยลดความรุนแรงของอาการได้ โดยในมุมมองแพทย์แผนจีน การผ่อนคลายกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนของพลังชี่เป็นหัวใจสำคัญของการบรรเทาอาการ

  • พักสายตาจากหน้าจอ: ควรหลับตาหรือมองไปที่ระยะไกลทุกๆ 20 นาที เพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อรอบดวงตา ซึ่งมีผลต่อเส้นลมปราณบริเวณศีรษะ
  • ประคบอุ่นบริเวณคอบ่า: ความร้อนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและชี่ ทำให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งคลายตัว ลดอาการปวดตึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • นวดกดจุดเบาๆ: สามารถนวดบริเวณขมับ หรือจุดสำคัญ เช่น จุดไท่หยาง (太阳穴) และบริเวณฐานกะโหลก เพื่อช่วยกระจายความตึงเครียด และบรรเทาอาการปวดศีรษะ
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ: การก้ม เงย และเอียงคอช้า ๆ ค้างไว้ท่าละประมาณ 15 วินาที จะช่วยลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อ และเป็นหนึ่งในวิธีบรรเทาที่เห็นผลได้ชัดเจน

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการไมเกรนเทียม

การป้องกันไมเกรนเทียมอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องเริ่มจากการปรับสมดุลการใช้ชีวิต ในมุมมองของแพทย์แผนจีนคือการทำให้พลังชี่และเลือดไหลเวียนได้อย่างราบรื่น พร้อมทั้งลดปัจจัยที่ทำให้เกิดความตึงเครียดสะสม ซึ่งถือเป็นวิธีแก้โรคไมเกรนและไมเกรนเทียมที่ต้นเหตุ

  • จัดระเบียบโต๊ะทำงาน: ปรับระดับหน้าจอและเก้าอี้ให้เหมาะสมกับสรีระ เพื่อลดการเกร็งของกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ชี่และเลือดติดขัดได้ง่าย
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: การดื่มน้ำ โดยเฉพาะน้ำอุ่น จะช่วยหล่อเลี้ยงร่างกาย ทำให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดได้ดี และลดโอกาสเกิดอาการปวดตึงได้ดีกว่าน้ำเย็น
  • จัดการความเครียด: ความเครียดมีผลโดยตรงต่อการทำงานของตับ ซึ่งควบคุมการไหลเวียนของชี่ การฝึกหายใจลึกๆ หรือทำสมาธิจะช่วยลดภาวะชี่ติดขัดและป้องกันอาการปวดศีรษะได้
  • พักผ่อนให้เป็นเวลา: การนอนหลับที่เพียงพอและสม่ำเสมอช่วยปรับสมดุลหยิน-หยางในร่างกาย ลดความแปรปรวนของระบบภายในที่อาจกระตุ้นอาการ
  • ขยับร่างกายสม่ำเสมอ: ควรลุกเดินหรือยืดเส้นยืดสายทุกๆชั่วโมงเพื่อป้องกันการคั่งค้างของชี่และเลือดในกล้ามเนื้อซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดไมเกรนเทียมในปัจจุบัน โดยเฉพาะวัยทำงาน

วิธีรักษา ไมเกรนเทียม ด้วยแพทย์แผนจีน

ศาสตร์การแพทย์แผนจีนมองว่าอาการปวดศีรษะเป็นผลจากความไม่สมดุลของพลังชี่และการไหลเวียนของเลือดที่ติดขัด โดยเฉพาะในกลุ่มไมเกรนเทียมมักเกี่ยวข้องกับภาวะชี่ติดขัดและเลือดคั่ง การรักษาจึงไม่ได้เน้นเพียงระงับปวด แต่เป็นการฟื้นฟูการไหลเวียนและปรับสมดุลจากต้นเหตุ เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ดูรายละเอียดเทคนิคการรักษาได้ที่ บริการของเรา

1. การฝังเข็ม

การฝังเข็มเป็นหนึ่งในวิธีบรรเทาไมเกรนที่มีประสิทธิภาพ โดยแพทย์แผนจีนจะกระตุ้นจุดลมปราณเพื่อลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะ ช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย พร้อมกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือดให้กลับมาเป็นปกติ ลดอาการปวดได้โดยไม่ต้องพึ่งพายาเคมี

2. การครอบแก้ว

สำหรับสาเหตุของไมเกรนการรักษา การครอบแก้วช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและคลายพังผืดกล้ามเนื้อที่ตึงตัว โดยในมุมมองแพทย์แผนจีนคือการระบายสิ่งคั่งค้าง ทำให้เส้นลมปราณเปิดโล่ง เลือดและชี่ไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้อาการปวดศีรษะจากไมเกรนเทียมลดลงอย่างชัดเจน

3. ยาสมุนไพรจีน

ยาสมุนไพรจีนเป็นอีกหนึ่งวิธีแก้โรคไมเกรนจากภายใน โดยแพทย์แผนจีนจะพิจารณาตามลักษณะร่างกายของแต่ละบุคคล เช่น การระบายความร้อนในตับ ลดภาวะชี่ติดขัด หรือบำรุงเลือด เพื่อให้เลือดไปหล่อเลี้ยงศีรษะได้เพียงพอ การใช้ตำรับยาที่เหมาะสมจะช่วยฟื้นฟูร่างกายและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว

หากต้องการรักษา ไมเกรนเทียม ทำไมต้องมาที่ IMI Wellness?

ที่ IMI Wellness เราเข้าใจถึงความทุกข์ทรมานจากอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ทีมแพทย์จีนของเราใช้วิธีการตรวจวินิจฉัยที่ได้มาตรฐาน ทั้งการแมะชีพจรหรือการวิเคราะห์โครงสร้างกล้ามเนื้อ ในการค้นหาสาเหตุของไมเกรนเพื่อออกแบบแนวการรักษาที่ตรงจุดที่สุด เรามุ่งเน้นการดูแลที่ปลอดภัยและแก้ไขปัญหาจากต้นเหตุ เพื่อให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพ หากคุณกำลังมองหาทางออกของปัญหาสุขภาพ สามารถปรึกษาเราได้ที่ IMI Wellness คลินิกการแพทย์แผนจีนที่มุ่งเน้นการรักษาที่ต้นเหตุ

สรุป

ไมเกรนเทียมเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่สะท้อนถึงความไม่สมดุลของพลังชี่และการสะสมของความตึงเครียดในกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า และไหล่ ซึ่งสามารถดูแลและฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่มุ่งเน้นการแก้ไขจากต้นเหตุ

ที่ IMI Wellness ทีมแพทย์จีนของเราพร้อมดูแลและรักษาอย่างตรงจุด เน้นการปรับสมดุลร่างกายแบบองค์รวม กระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด และลดความตึงเครียดสะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและสบายยิ่งขึ้นในทุกวัน ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ IMI Wellness

คำถามที่พบบ่อย

อาการไมเกรนคืออะไร แตกต่างจากไมเกรนเทียมชัดเจนตรงไหน?

ไมเกรนแท้มักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหลอดเลือดและระบบประสาท มีอาการปวดตุบเป็นจังหวะ ร่วมกับคลื่นไส้หรือไวต่อแสงและเสียง ขณะที่ไมเกรนเทียมเกิดจากการตึงตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้ปวดตื้อๆหนักๆ คล้ายถูกบีบรัดรอบศีรษะ

วิธีบรรเทาไมเกรนด้วยการฝังเข็มเจ็บหรือไม่?

เข็มที่แพทย์แผนจีนเลือกใช้จะมีขนาดที่เล็กเทียบเท่าเส้นผมและไม่มีการเคลือบยา จึงมีความปลอดภัย เมื่อฝังเข็นลงที่ใต้ผิวหนัง ผู้รับบริการอาจรู้สึกตึงหรือหน่วงเล็กน้อย ซึ่งในแพทย์แผนจีนถือเป็นสัญญาณของการกระตุ้นพลังชี่ ที่ดี นั่นจะทำให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อ

สาเหตุของไมเกรนการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?

โดยทั่วไปผู้รับบริการมักรู้สึกผ่อนคลายและอาการปวดลดลงตั้งแต่ครั้งแรก แต่อย่างไรก็ตามการรักษาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถทำให้หายขาดได้ เนื่องจากไมเกรนเทียมมักเกิดจากพฤติกรรมและความเคยชินของร่างกายที่สะสมมาเป็นเวลานาน เช่น การนั่งทำงานท่าเดิมหรือความเครียดเรื้อรัง ในมุมมองแพทย์แผนจีน กล้ามเนื้อและเส้นลมปราณมีความจำของความดึงรั้ง การรักษาจึงจำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อค่อยๆคลายความตึงสะสม ฟื้นฟูการไหลเวียนของพลังชี่และเลือดจนร่างกายกลับสู่สมดุล และเกิดความจำใหม่ที่ผ่อนคลายแทน จึงจะช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างยั่งยืน

เรียบเรียงโดย

แพทย์จีนสุชานาถ ศักดิ์ณรงค์เดช (หมอพลอย)
แพทย์จีนประจำ IMI Wellness

แพทย์ผู้เขียนบทความ

สุชานาถ ศักดิ์ณรงค์เดช
แพทย์แผนจีน
Contact Us
สาขาหลักสี่
สาขา เพชรเกษม
สาขา ภูเก็ต
ติดต่อ IMI Wellness และทีมแพทย์แผนจีน