ในช่วงฤดูฝนหรือเวลาที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย หลายคนมักเผชิญกับปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะ โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่มีความรุนแรงมากกว่าหวัดทั่วไป และสามารถแพร่กระจายได้ง่ายจากคนสู่คน บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่ อาการ ไข้หวัดใหญ่ รวมถึง สาเหตุการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อให้คุณสามารถดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และฟื้นฟูร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแนวทางการดูแลและ วิธีการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ ตามหลักแพทย์จีน ที่มุ่งเน้นการปรับสมดุลของร่างกายจากภายใน เพื่อการฟื้นฟูสุขภาพอย่างยั่งยืน

ไข้หวัดใหญ่ คืออะไร?
โรค ไข้หวัดใหญ่ หรือ influenza เป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลันในระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการติดเชื้อของ ไวรัส ไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ง่ายจากคนสู่คนผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยลักษณะสำคัยของ ไข้หวัดใหญ่ คือการเกิดอาการอย่างรวดเร็ว และมีความรุนแรงมากกว่าหวัดทั่วไป โดยอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมในระยะสั้น หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การทำความเข้าใจว่า โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจาก การติดเชื้อไวรัส และเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย จะช่วยให้สามารถตระหนักและเตรียมพร้อมในการดูแลสุขภาพ รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของโรคได้
สาเหตุของโรคไข้หวัดใหญ่
สาเหตุการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่ มาจากการติดเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ทั้งในอากาศและผ่านการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยการที่เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูก ปาก หรือดวงตา
- การรับเชื้อผ่านละอองฝอยในอากาศ: เมื่อผู้ติดเชื้อไอหรือจาม ละอองฝอยที่มีเชื้อไวรัสจะกระจายอยู่ในอากาศ ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดสามารถสูดดมเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้อย่างรวดเร็ว
- การสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อปนเปื้อน: เชื้อไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิวต่าง ๆ เช่น ลูกบิดประตู โทรศัพท์ หรือราวจับ เมื่อใช้มือสัมผัสแล้วนำมาสัมผัสใบหน้า โดยเฉพาะตา จมูก หรือปาก จะเป็นช่องทางให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้
- ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ: ร่างกายที่อ่อนแอจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด อาจทำให้ร่างกายรับเชื้อได้ง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่
อาการของไข้หวัดใหญ่
อาการไข้หวัดใหญ่ มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีความรุนแรงมากกว่าหวัดทั่วไป โดยสามารถสังเกตได้จากหลายระบบของร่างกาย ดังนี้
- ไข้สูงเฉียบพลันและหนาวสั่น: ผู้ป่วยมักมีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับอาการหนาวสั่น ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญของการติดเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและอ่อนเพลียมาก: อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลัง แขน และขา มักเกิดร่วมกับความอ่อนเพลีย ทำให้รู้สึกไม่มีแรงและกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
- ปวดศีรษะ เจ็บคอ และอาการทางระบบทางเดินหายใจ: ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะร่วมกับเจ็บคอ ไอแห้ง หรือคัดจมูก ซึ่งเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจโดยตรง
- อาการทางระบบทางเดินอาหาร: ในบางกรณี โดยเฉพาะในเด็ก อาจพบอาการ ไข้หวัดใหญ่ ท้องเสีย คลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วย ซึ่งควรระวังภาวะขาดน้ำ
กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงจากโรคไข้หวัดใหญ่
การทำความเข้าใจ โรคไข้หวัดใหญ่ สาเหตุ อาการ การป้องกัน ควรให้ความสำคัญกับกลุ่มที่มีโอกาสเกิดอาการรุนแรง เนื่องจากเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากกว่าคนทั่วไป
- กลุ่มอายุที่มีความเสี่ยงสูง: เด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมักมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่หรือเสื่อมถอย ทำให้มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง เช่น ภาวะปอดอักเสบ ได้ง่ายกว่าปกติ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง: ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด เบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคไต มื่อได้รับเชื้อ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้อาการของโรคเดิมกำเริบรุนแรงขึ้น และควบคุมได้ยาก
- หญิงตั้งครรภ์: ในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงระบบหัวใจและปอด ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจาก โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งอาจกระทบต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์
ควรไปพบแพทย์เมื่อใด
แม้ในบางกรณี โรคไข้หวัดใหญ่ อาจสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ แต่หากมีอาการที่รุนแรงขึ้นหรือมีสัญญาณผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการดูแลที่เหมาะสม
- อาการหายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอก: หากมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจสั้น หรือเจ็บแน่นหน้าอก ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจหรือหัวใจ
- ไไข้สูงต่อเนื่องหรือกลับมาเป็นซ้ำ: หากมีไข้สูงเกิน 3 วัน หรือไข้ลดลงแล้วกลับมาสูงอีกครั้ง อาจบ่งชี้ถึงภาวะติดเชื้อแทรกซ้อนที่ต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติม
- ซึมลงหรือมีการเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัว: โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ หากมีอาการซึม ไม่ตอบสนอง หรือสับสน ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่
วิธีการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ ในปัจจุบันมุ่งเน้นการบรรเทาอาการและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
- การใช้ยาต้านไวรัส: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังเริ่มมีอาการ เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรค ระยะเวลาการเจ็บป่วย และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง
- การรักษาตามอาการ: การใช้ยาลดไข้ ยาแก้ไอ หรือยาลดน้ำมูก สามรถบรรเทาอาการไม่สบาย ควบคู่กับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น
- การดูแลภาวะขาดน้ำ: ผู้ป่วยควรดื่มน้ำให้เพียงพอ หรือจิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากไข้สูงหรืออาการทางระบบทางเดินอาหาร การได้รับสารน้ำอย่างเหมาะสมช่วยให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนสามารถศึกษาได้จาก Mayo Clinic.

เปิดตำราแพทย์จีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่
ศาสตร์การแพทย์แผนจีนมองว่าโรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากปัจจัยก่อโรคภายนอก หรือ “เสียชี่” (Xie Qi) ได้แก่ ลม ความเย็น ความร้อน และความชื้น เข้ามากระทบร่างกายในช่วงที่ “เจิ้งชี่” (Zheng Qi) หรือภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอ
- ลมและความเย็นกระทบปอด: การสัมผัสลมเย็น โดยเฉพาะบริเวณคอและจมูก อาจรบกวนการทำงานของปอดในมุมมองแพทย์จีน จึงควรดูแลร่างกายให้อบอุ่น หลีกเลี่ยงการอยู่ในอากาศเย็นจัดเป็นเวลานาน
- ลมและความร้อนสะสม: สภาพอากาศร้อนหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสะสม ควรปรับสมดุลด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นความร้อนภายใน การรักษาจึงเน้นการระบายความร้อนและขับพิษออกจากร่างกาย เพื่อช่วยปรับสมดุลและลดความร้อนภายใน
- ความชื้นที่ตกค้าง: สภาพอากาศชื้นหรือร่างกายมีความชื้นสะสม อาจทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าและไม่สดชื่น เบื่ออาหาร การขจัดความชื้นจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารและการไหลเวียนของชี่กลับมาทำงานได้อย่างสมดุล อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผสมผสานการรักษาแบบแพทย์จีน

การรักษาป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ในทางแพทย์แผนจีน
การดูแลตามหลักแพทย์แผนจีนมุ่งเน้นการเสริมความแข็งแรงของร่างกายโดยรวม โดยเฉพาะการปรับสมดุลของอวัยวะภายใน โดยมี “ปอด” เป็นอวัยวะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจและระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย เมื่อปอดทำงานสมดุล ร่างกายจะสามารถรับมือกับปัจจัยก่อโรคจากภายนอกได้ดีขึ้น
- โภชนาการบำบัดด้วยอาหารสีขาว: ในศาสตร์แพทย์จีน “สีขาว” เชื่อมโยงกับอวัยวะปอดตามทฤษฎีห้าธาตุ การรับประทานอาหารสีขาว เช่น สาลี่ หัวไชเท้า หรือเห็ดหูหนูขาวมีส่วนช่วยบำรุงปอด เพิ่มความชุ่มชื้น และสนับสนุนการทำงานของชี่ปอดให้สมดุล
- การใช้ยาสมุนไพรจีน: การใช้สมุนไพรจีนที่ปรับตามสภาพร่างกายแต่ละบุคคล ช่วยเสริมสมดุลของอวัยวะภายใน โดยเฉพาะการปรับการทำงานของปอด ม้าม เช่น การระบายความร้อน ขจัดความชื้น
- การฝังเข็มปรับสมดุล: การฝังเข็ม ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและชี่ เชื่อมโยงการทำงานของอวัยวะภายในให้สมดุล โดยเฉพาะระบบปอดและระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายปรับตัวและฟื้นฟูได้ดีขึ้น
การดูแลตัวเองที่บ้าน
การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมในช่วงพักฟื้นมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น และลดการแพร่กระจายของเชื้อสู่คนรอบข้าง
- พักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับอย่างเพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองได้ดี ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนักหรือการออกกำลังกายที่หักโหมในช่วงที่ยังมีอาการ
- แยกของใช้ส่วนตัว: ควรแยกของใช้ เช่น แก้วน้ำ จาน ชาม และผ้าเช็ดตัวออกจากผู้อื่นในบ้าน รวมถึงสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดกับคนในครอบครัว เพื่อลดการแพร่เชื้อ
- รักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ: การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะ หรือโทรศัพท์ จะช่วยลดการสะสมและการแพร่กระจายของเชื้อได้
หากต้องการรักษา ทำไมต้องมาที่คลินิก IMI Wellness!
ที่ IMI Wellness เราเข้าใจถึงความไม่สบายจากอาการป่วย และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างตรงจุด ทีมแพทย์แผนจีนของเราพร้อมดูแลคุณด้วยแนวทางผสมผสานที่เน้นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เริ่มจากการวินิจฉัยตามหลักแพทย์จีน เช่น การตรวจชีพจรและลิ้นอย่างละเอียด เพื่อวางแผน การรักษา เฉพาะบุคคล ให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายในแต่ละคน การดูแลครอบคลุมทั้งการฝังเข็มเพื่อกระตุ้นการทำงานของร่างกาย การครอบแก้วเพื่อช่วยระบายของความร้อน และยาสมุนไพรจีนเพื่อปรับสมดุลจากภายใน แนวทางการดูแลแบบองค์รวมนี้ ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลและเต็มศักยภาพ
สรุป
โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่สามารถป้องกันและดูแลให้ดีขึ้นได้ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การผสมผสานแนวทางการแพทย์แผนปัจจุบันร่วมกับแพทย์แผนจีน ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำในระยะยาว IMI Wellness ร้อมเป็นอีกทางเลือกในการดูแลสุขภาพ ด้วยแนวทางที่คำนึงถึงความสมดุลของร่างกายในแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
เป็นไข้หวัดใหญ่ ฝังเข็มได้หรือไม่?
สามารถทำได้ การฝังเข็มช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย ลดไข้ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์แผนจีนผู้ชำนาญการ เพื่อประเมินระยะของโรคและเลือกแนวทางที่เหมาะสม
ทานยาแผนปัจจุบันคู่ร่วมกับสมุนไพรจีนได้หรือไม่?
สามารถทานได้ แต่ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง และแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยและการดูแลที่เหมาะสม
เรียบเรียงโดย
แพทย์จีนวริศรา หิมะ (หมอนีนี่)
แพทย์จีนประจำ IMI Wellness




