ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B อาการ สาเหตุ และวิธีดูแลฉบับแพทย์แผนจีน

ภาพปกบทความไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B พร้อม พจ.พรกมล วัชรสิรยากร
ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B อาการ สาเหตุ และวิธีดูแลฉบับแพทย์แผนจีน
Page 2
สารบัญ

คุณกำลังสงสัยหรือไม่ว่า ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B เกิดจากอะไร และเมื่อร่างกายติดเชื้อแล้ว อาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B จะรุนแรงแค่ไหน และ อาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B กี่วันหาย บทความนี้ IMI Wellness จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B ทั้งในมุมมองของการแพทย์แผนปัจจุบันและศาสตร์การแพทย์แผนจีน พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกายผ่านบริการแพทย์แผนจีน เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยในระยะยาว

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B คืออะไร?

อินโฟกราฟิกไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B คืออะไร การติดต่อ และช่วงระบาด

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่สามารถแบ่งออกได้หลายสายพันธุ์ โดย ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B (Influenza B) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่พบได้บ่อย เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Influenza B virus ซึ่งส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรง ไวรัสชนิดนี้มักพบการแพร่ระบาดในช่วงฤดูฝน หรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง โรคนี้สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ง่าย ผ่านละอองฝอยจากน้ำมูกหรือน้ำลาย เมื่อผู้ติดเชื้อไอ จาม หรือพูดคุยในระยะใกล้ รวมถึงการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนแล้วนำมือมาสัมผัสบริเวณใบหน้า

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B เกิดจากอะไร?

หลายท่านอาจสงสัยว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เกิดจากอะไร โดยสาเหตุหลักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซาชนิดบี (Influenza B virus) ที่เข้าสู่ร่างกายผ่านระบบทางเดินหายใจ โดย ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B สาเหตุ มักเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น การสูดดมละอองฝอยจากการไอหรือจาม การพูดคุยในระยะใกล้ รวมถึงการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อน แล้วนำมือมาสัมผัสบริเวณตา จมูก หรือปาก ในมุมมองของการแพทย์แผนจีน ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B มักเกี่ยวข้องกับการถูกรุกรานจากปัจจัยก่อโรคภายนอก โดยเฉพาะลม ความร้อน หรือความเย็น เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ปัจจัยเหล่านี้จะสามารถแทรกเข้าสู่ร่างกาย ทำให้การไหลเวียนของชี่และเลือดเกิดความไม่สมดุล

อาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B เป็นอย่างไร?

การสังเกตความผิดปกติของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สามารถรับมือกับโรคได้อย่างทันท่วงที อาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B โดยทั่วไปมีลักษณะคล้ายกับสายพันธุ์ A แต่ระดับความรุนแรงอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้:

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน (อาจสูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส)
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อทั่วร่างกาย
  • อ่อนเพลีย รู้สึกไม่มีแรง
  • ไอแห้ง เจ็บคอ และมีน้ำมูก
  • ในบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย

อาการมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วง 2–3 วันแรกของการติดเชื้อ

ความแตกต่างระหว่าง ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B กับ ไข้หวัดธรรมดา

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบไข้หวัดธรรมดากับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B

หลายคนอาจสับสนระหว่างไข้หวัดธรรมดากับไข้หวัดใหญ่ โดยสามารถสังเกตความแตกต่างได้จากลักษณะอาการ โดย ไข้หวัดธรรมดา มักมีอาการค่อยเป็นค่อยไป ไข้ไม่สูง มีน้ำมูก ไอ หรือจามเล็กน้อย และยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ ในขณะที่ อาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B อาการมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างชัดเจน และอ่อนเพลียมาก จนอาจไม่สามารถทำกิจกรรมตามปกติได้

อาการของ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B แบบไหนที่ควรพบแพทย์

แม้ อาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ b ในระยะเริ่มต้นจะสามารถดูแลตัวเองได้ แต่หากมีสัญญาณต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที และอาจต้องพิจารณาให้ ยาต้านไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B อย่างทันท่วงที:

  • ไข้สูงเกิน 3 วัน หรือรับประทานยาลดไข้แล้วไม่ดีขึ้น
  • หายใจลำบาก เหนื่อย หอบ หรือเจ็บแน่นหน้าอก
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย หรือหน้ามืด
  • ซึม สับสน ไม่รู้สึกตัว หรือมีอาการชัก (ต้องระวังเป็นพิเศษในกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ)
  • อาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง มีไข้สูงและไอเรื้อรัง

กลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B

แม้ว่ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ในบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงมากกว่าปกติ จึงควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด ได้แก่:

  • เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
  • ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ในมุมมองแพทย์แผนจีน ร่างกายมีการเสื่อมถอยของ เจิ้งชี่ หรือพลังป้องกันโรคตามธรรมชาติ ส่งผลให้ติดเชื้อได้ง่ายและฟื้นตัวช้าลง
  • สตรีมีครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายไวต่อการติดเชื้อมากขึ้น
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด เบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคปอด
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน

วิธีดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B

เมื่อเริ่มมี อาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B การดูแลร่างกายอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และลดความรุนแรงของอาการ และอาจช่วยตอบคำถามที่ว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B กี่วันหาย ได้เป็นอย่างดี แนวทางการดูแลเบื้องต้น ได้แก่:

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้อย่างเต็มที่
  • ดื่มน้ำอุ่นอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยระบายความร้อนในร่างกาย
  • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น โดยเฉพาะบริเวณข้อพับ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงอากาศเย็นหรือที่มีลมโกรก เพื่อลดการกระทบจากปัจจัยภายนอก ตามหลักแพทย์แผนจีน

การเลือกรับประทานอาหารเพื่อลดความเสี่ยงโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B

การรับประทานอาหารที่เหมาะสมมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูพลังชี่และช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ดีขึ้น ตามหลักแพทย์แผนจีน แนะนำให้เลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมในช่วงที่ร่างกายกำลังป่วย ดังนี้:

  • อาหารที่ควรรับประทาน: เน้นอาหารปรุงสุกใหม่ ย่อยง่าย และมีฤทธิ์อุ่น เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุปใส หรือน้ำขิงอุ่น อาหารเหล่านี้จะช่วยขับลมเย็น อบอุ่นกระเพาะอาหาร และลดภาระการทำงานของระบบย่อยอาหาร
  • อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง: ควรหลีกเลี่ยงน้ำเย็น น้ำแข็ง ของทอด ของมัน อาหารรสจัด และผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม หรือ แก้วมังกร เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะทำให้เกิดความชื้นสะสมในร่างกาย ส่งผลให้เสมหะเหนียวข้นและทำให้อาการหายช้าลง

วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ โดยเฉพาะเมื่อ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B สาเหตุ หลักมาจากการสัมผัสใกล้ชิด การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ แนวทางการป้องกัน ได้แก่:

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้พร้อมรับมือกับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ต่าง ๆ
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่แออัด หรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพื่อลดโอกาสการรับเชื้อ
  • ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารหรือหลังสัมผัสสิ่งของสาธารณะ
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงชี่และเลือดตามหลักแพทย์แผนจีน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงในช่วง ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B ระยะแพร่เชื้อ

วิธีรักษา ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B ด้วยแพทย์แผนจีน

อินโฟกราฟิกการรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ด้วยแพทย์แผนจีน

โดยทั่วไปการแพทย์แผนปัจจุบันจะพิจารณาให้ ยาต้านไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B เพื่อลดความรุนแรงของโรคควบคู่กับการรักษาตามอาการ สำหรับการแพทย์แผนจีน เราให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสมดุลจากภายใน ขับปัจจัยก่อโรค เช่น ลมและความร้อน พร้อมเสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านบริการแพทย์แผนจีนที่ครอบคลุมทุกมิติสุขภาพ

การฝังเข็ม

การฝังเข็มช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด เพื่อระบายความร้อนภายในร่างกาย ยังสามารถช่วยบรรเทา อาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B อื่นๆ เช่น อาการปวดเมื่อยและปวดศีรษะ พร้อมทั้งช่วยให้ระบบทางเดินหายใจโล่งขึ้น และเสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน

การใช้ยาสมุนไพรจีน

แพทย์จีนชำนาญการจะทำการตรวจแมะเพื่อประเมินสภาพร่างกายโดยรวมและจัดตำรับยาสมุนไพรเฉพาะบุคคล เพื่อขับพิษไข้ ผู้ป่วยสามารถใช้ยาสมุนไพรจีนควบคู่ไปกับการรับประทาน ยาต้านไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B ตามที่แพทย์แผนปัจจุบันแนะนำได้อย่างปลอดภัย การรักษาที่ควบคู่กันนี้จะช่วยลดอาการไอ เจ็บคอ และปรับสมดุลหยินหยางให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วยิ่งขึ้น

การครอบแก้ว

การครอบแก้วช่วยระบายความร้อนและของเสียที่สะสมอยู่ตามชั้นกล้ามเนื้อออกสู่ภายนอก กระตุ้นการไหลเวียนเลือก ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยตอบคำถามว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B กี่วันหาย เพราะร่างกายที่สมดุลจะฟื้นฟูตัวเองได้ไวขึ้นตามแนวทางการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ต้นเหตุและฟื้นฟูสมดุลของร่างกายจากภายในอย่างยั่งยืน

เพื่อการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุม คุณสามารถดูรายละเอียดแนวทางการรักษาของคลินิกเราเพิ่มเติมได้ที่ https://imiwellness.com/service/ และศึกษาข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับเชื้อ Influenza B virus จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B จะหายภายในกี่วัน?

ผู้ป่วยหลายท่านมีความกังวลว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B กี่วันหาย โดยทั่วไป หากได้รับการดูแลและพักผ่อนอย่างเหมาะสม อาการไข้และปวดเมื่อยจะค่อยๆ ทุเลาลงภายใน 3-5 วัน ขณะที่อาการไอและความอ่อนเพลียอาจใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการหายของโรคจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันและการดูแลร่างกายในช่วงที่ป่วย

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B แพร่เชื้อได้นานกี่วัน?

การป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่คนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ b ระยะแพร่เชื้อ จะเริ่มต้นตั้งแต่ 1 วันก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการ และสามารถแพร่กระจายเชื้อต่อไปได้อีกประมาณ 5-7 วันหลังจากมีอาการป่วย เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย ล้างมืออย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

หากต้องการรักษา ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B ทำไมต้องมาที่คลินิก IMI Wellness!

ศาสตร์การแพทย์แผนจีนมุ่งเน้นการฟื้นฟูสมดุลของร่างกายจากต้นเหตุ โดยเฉพาะการขจัด ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B สาเหตุ อย่างพิษร้อนและปัจจัยก่อโรคภายนอก พร้อมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงจากภายใน หากคุณกังวลว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B กี่วันหาย หรือต้องการเสริมประสิทธิภาพการรักษาควบคู่กับ ยาต้านไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B ทีมแพทย์จีนชำนาญการที่ IMI Wellness พร้อมดูแลและออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล เพื่อบรรเทา อาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B และสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

สรุป

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย และอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและดูแลสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ IMI Wellness เราพร้อมดูแลคุณด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูสมดุลจากภายใน โดยทีมแพทย์จีนชำนาญการ เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A กับ ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B แบบไหนรุนแรงกว่ากัน?

โดยทั่วไปสายพันธุ์ A มักมีความรุนแรงและสามารถแพร่ระบาดได้กว้างกว่า แต่ อาการไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B ก็สามารถทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียอย่างมาก และอาจรุนแรงได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ดังนั้น ไม่ว่าสายพันธุ์ใด ผู้ป่วยควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และไม่ควรละเลยอาการที่เกิดขึ้น

ติดเชื้อซ้ำได้หรือไม่ หากเคยเป็น ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B มาแล้ว?

ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมาติดเชื้อซ้ำได้ เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา การดูแลภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงตามหลักแพทย์แผนจีน และการฉีดวัคซีนประจำปี จึงเป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อซ้ำ

ยาแผนปัจจุบันกับแพทย์แผนจีนรักษาร่วมกันได้หรือไม่?

สามารถใช้ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม ผู้ป่วยสามารถรับประทาน ยาต้านไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ B ตามคำแนะนำของแพทย์ ควบคู่กับการดูแลตามศาสตร์แพทย์แผนจีน เช่น การฝังเข็มหรือยาสมุนไพร เพื่อช่วยลดอาการ ฟื้นฟูร่างกาย และเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

แพทย์แผนจีน วริศรา หิมะ (หมอนีนี่)

แพทย์แผนจีนประจำ IMI Wellness

พรกมล

แพทย์ผู้เขียนบทความ

พรกมล วัชรสิรยากร
แพทย์จีนอาวุโส
Contact Us
สาขาหลักสี่
สาขา เพชรเกษม
สาขา ภูเก็ต
ติดต่อ IMI Wellness และทีมแพทย์แผนจีน