คุณกำลังมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ชาปลายเท้า หรือปวดแปล๊บตามแนวเส้นประสาทจนรบกวนการใช้ชีวิตอยู่หรือไม่? อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือที่หลายคนเรียกว่ากระดูกทับเส้นซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในวัยทำงานและผู้ที่ใช้งานร่างกายซ้ำๆเป็นเวลานาน
ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยกังวลว่าเมื่อเป็นโรคนี้แล้วจำเป็นต้องผ่าตัดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงยังมีแนวทางการรักษาแบบประคับประคองและฟื้นฟูอาการอีกหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือ ”การฝังเข็ม” ซึ่งถูกนำมาใช้ร่วมในการบรรเทาอาการปวด ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ และฟื้นฟูสมดุลของร่างกายตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า การฝังเข็มสำหรับภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีหลักการอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง และสามารถใช้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลอาการโดยไม่ผ่าตัดได้อย่างไร
ทำความเข้าใจอาการกระดูกทับเส้น: ความเจ็บปวดที่ไม่ต้องทน
ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนตัวหรือโป่งออกไปกดทับเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงตามแนวเส้นประสาทที่ถูกกดทับ
อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- ปวดหลังส่วนล่าง
- ปวดสะโพกร้าวลงขา
- ชาปลายเท้าหรือปลายขา
- ปวดแปล๊บหรือปวดร้าวตามแนวเส้นประสาท
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงในบางราย
อาการเหล่านี้อาจรุนแรงขึ้นเมื่อนั่งนาน ก้มตัว ยกของหนัก หรืออยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่ทำงานออฟฟิศ ผู้ที่ใช้แรงงานรวมถึงผู้ที่มีพฤติกรรมการใช้ร่างกายไม่เหมาะสม ในทางการแพทย์ปัจจุบันการรักษามีหลายแนวทางขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ เช่น การทำกายภาพบำบัด การใช้ยา การปรับพฤติกรรม รวมถึงการผ่าตัดในบางกรณีที่มีข้อบ่งชี้จำเป็น ขณะที่ศาสตร์การแพทย์แผนจีนมักใช้การฝังเข็มร่วมในการบรรเทาอาการปวดและฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย

สาเหตุของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นในทัศนะการแพทย์จีน
อาการปวดหลังร้าวลงขา ชา หรืออาการปวดตามแนวเส้นประสาทในศาสตร์การแพทย์แผนจีนมักจัดอยู่ในกลุ่มอาการ“ปี้เจิ้ง” หรือกลุ่มอาการปวดจากการติดขัดของการไหลเวียนในเส้นลมปราณ แพทย์แผนจีนมองว่า เมื่อชี่และเลือดไหลเวียนไม่สะดวก เส้นลมปราณเกิดการอุดกั้น กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และบริเวณข้อต่อจะไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงอย่างเพียงพอ จึงทำให้เกิดอาการปวด ชา ตึง หรือเคลื่อนไหวลำบาก
ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่
- การใช้งานร่างกายหนักหรือซ้ำ ๆ
- การนั่งหรือยืนท่าเดิมเป็นเวลานาน
- การบาดเจ็บสะสม
- ภาวะชี่และเลือดพร่อง
- ภาวะไตพร่องตามทฤษฎีแพทย์จีน ซึ่งสัมพันธ์กับกระดูกและกระดูกสันหลัง
แนวทางการรักษาของแพทย์แผนจีนจึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตำแหน่งที่ปวดเท่านั้น แต่จะพิจารณาสมดุลของร่างกายโดยรวม และใช้วิธีรักษาเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นลมปราณ ลดการติดขัดของชี่และเลือด คลายกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น รวมถึงช่วยฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย
การรักษาอาจประกอบด้วย
- การฝังเข็ม
- การรมยา
- การครอบแก้ว
- การใช้สมุนไพรจีนตามดุลยพินิจของแพทย์
- การปรับพฤติกรรมและการใช้ร่างกายร่วมด้วย
ทั้งนี้ แพทย์แผนจีนจะวางแผนการรักษาตามลักษณะอาการและสภาวะร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย ไม่ได้ใช้แนวทางเดียวกันกับทุกคน
การฝังเข็มคืออะไร?
การฝังเข็ม (Acupuncture) คือศาสตร์การรักษาหลักแขนงหนึ่งของการแพทย์แผนจีน ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,000 ปี โดยใช้เข็มขนาดเล็กฝังลงบน “จุดฝังเข็ม” (Acupoints) ตามแนวเส้นลมปราณ หรือ “จิงลั่ว” (Meridians) เพื่อกระตุ้นและปรับสมดุลการทำงานของร่างกาย
ตามทฤษฎีการแพทย์แผนจีนร่างกายมีการไหลเวียนของพลังชี่และเลือดผ่านเส้นลมปราณต่างๆ เมื่อร่างกายเกิดการติดขัดหรือเสียสมดุลอาจส่งผลให้เกิดอาการปวด ชา ตึง หรือการทำงานของร่างกายผิดปกติ การฝังเข็มจึงถูกใช้เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด คลายการอุดกั้นของเส้นลมปราณ และฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย
นอกจากนี้ในมุมมองทางการแพทย์ปัจจุบัน มีการศึกษาว่าการฝังเข็มอาจช่วยกระตุ้นระบบประสาท กระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาทและสารระงับปวดตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น Endorphins รวมถึงช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อและส่งเสริมการไหลเวียนเลือดในบริเวณที่มีปัญหา ปัจจุบันการฝังเข็มถูกนำมาใช้ร่วมในการดูแลอาการหลากหลายประเภท โดยเฉพาะกลุ่มอาการปวด เช่น ปวดคอ บ่า ไหล่ ออฟฟิศซินโดรม ปวดหลังเรื้อรัง และภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

การฝังเข็มทำงานอย่างไรกับโรคกระดูกทับเส้น
สำหรับผู้ที่มีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท การฝังเข็มมักถูกใช้ร่วมเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด ลดการตึงของกล้ามเนื้อ และฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยแพทย์แผนจีนจะพิจารณาทั้งแนวเส้นลมปราณ ตำแหน่งอาการ และลักษณะของกลุ่มอาการในผู้ป่วยแต่ละราย โดยเป้าหมายของการรักษาไม่ได้มุ่งเพียงการระงับอาการปวดชั่วคราว แต่เป็นการช่วยลดปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการกดรัดและการอักเสบซ้ำบริเวณรอบเส้นประสาท หลักการทำงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- ช่วยคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ: เมื่อเกิดการกดทับเส้นประสาท ร่างกายมักตอบสนองด้วยการทำให้กล้ามเนื้อรอบบริเวณนั้นเกร็งตัว เช่น กล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง สะโพก หรือกล้ามเนื้อต้นขา ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มแรงดึงและแรงกดต่อเส้นประสาท การฝังเข็มอาจช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงเกร็งคลายตัว ลดแรงดึงรั้งบริเวณหลังและสะโพก และช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น
- ลดการอักเสบและบวม: การกระตุ้นจุดฝังเข็มช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในบริเวณที่มีปัญหา ซึ่งอาจมีส่วนช่วยลดการอักเสบและลดความตึงของเนื้อเยื่อรอบเส้นประสาทที่ถูกกดทับ ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนถือว่าเป็นการช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือดและลดการติดขัดของเส้นลมปราณ
- ช่วยบรรเทาอาการปวด: มีการศึกษาว่าการฝังเข็มอาจกระตุ้นการหลั่งสารระงับปวดตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น Endorphins และส่งผลต่อระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ความเจ็บปวด จึงอาจช่วยลดอาการปวดหลัง ปวดสะโพกร้าวลงขา และอาการปวดเรื้อรังบางประเภทได้
- ฟื้นฟูการทำงานของเส้นประสาท: เมื่ออาการเกร็งและการอักเสบลดลง แรงกดต่อเส้นประสาทอาจลดลงตามไปด้วย ผู้ป่วยบางรายจึงอาจมีอาการชา อาการตึง หรือข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวดีขึ้นหลังการรักษาต่อเนื่องร่วมกับการดูแลด้านอื่นๆ เช่น การปรับพฤติกรรมและกายภาพบำบัด
ประสิทธิภาพของการฝังเข็ม: รักษาได้จริงหรือ? มีงานวิจัยรองรับไหม?
การฝังเข็มในปัจจุบันถูกนำมาใช้ร่วมในการดูแลอาการปวดหลายประเภท และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุว่าการฝังเข็มเป็นหนึ่งในแนวทางที่อาจช่วยบรรเทาอาการปวดบางชนิดได้ รวมถึงอาการปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain) นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยจำนวนหนึ่งที่ศึกษาการใช้การฝังเข็มในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังและอาการปวดร้าวจากการกดทับเส้นประสาท โดยผลการศึกษาหลายฉบับพบว่า ผู้ป่วยบางส่วนมีอาการปวดลดลง การเคลื่อนไหวดีขึ้น และคุณภาพชีวิตดีขึ้นหลังได้รับการรักษาร่วมกับแนวทางอื่น
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ระยะเวลาที่เป็น รวมถึงสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย และการฝังเข็มไม่สามารถทดแทนการผ่าตัดได้ในทุกกรณี โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะกดทับเส้นประสาทรุนแรง กล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง ดังนั้นการประเมินโดยแพทย์แผนจีนจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน
ขั้นตอนการรักษาด้วยการฝังเข็มเป็นอย่างไร?
เมื่อเข้ารับการรักษาด้วยการฝังเข็มสำหรับอาการปวดหลังหรือภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แพทย์แผนจีนจะเริ่มจากการประเมินอาการอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย ที่ IMI Clinic การตรวจวินิจฉัยจะอาศัยทั้งการซักประวัติอาการ การประเมินลักษณะการปวด การใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการตรวจตามหลักการแพทย์แผนจีน เช่น การดูลิ้นและการตรวจแมะชีพจร เพื่อประเมินสมดุลของชี่ เลือด และการทำงานของอวัยวะภายในร่วมด้วย
- การเตรียมก่อนการฝังเข็ม:
- แพทย์แผนจีนจะจัดท่าทางให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่ผ่อนคลายและเหมาะสมกับตำแหน่งของอาการ เช่น ท่านอนคว่ำหรือนอนตะแคง
- แพทย์แผนจีนทำการตรวจ และระบุตำแหน่งของอาการ จากนั้นจะทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่จะทำการรักษา
- การลงเข็ม
แพทย์จะเลือกจุดฝังเข็มตามแนวเส้นลมปราณและตำแหน่งที่สัมพันธ์กับอาการ โดยใช้เข็มปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งมีขนาดเล็กและบางมาก
ในบางกรณี อาจมีการใช้เทคนิคเพิ่มเติมร่วมด้วย เช่น
- การกระตุ้นเข็มด้วยมือ
- การใช้ไฟฟ้าความถี่ต่ำ (Electroacupuncture)
- การรมยา (Moxibustion)
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา
- ความรู้สึกขณะฝังเข็ม: ระหว่างการฝังเข็ม ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกตึง หน่วง ชา อุ่นๆ หรือเหมือนมีกระแสไฟฟ้าเบาๆบริเวณจุดฝังเข็ม ซึ่งในศาสตร์การแพทย์แผนจีนถือเป็นลักษณะของ“เต๋อชี่” หรือการตอบสนองของร่างกายต่อการกระตุ้นจุดฝังเข็ม โดยทั่วไป ความรู้สึกดังกล่าวมักอยู่ในระดับที่สามารถทนได้ หากมีอาการเจ็บมากผิดปกติ ควรแจ้งแพทย์ทันทีเพื่อปรับการรักษา
- ระยะเวลาในการรักษา: หลังลงเข็ม ผู้ป่วยจะนอนพักประมาณ 20–30 นาที เพื่อให้ร่างกายตอบสนองต่อการรักษาอย่างเหมาะสม ระหว่างนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้สึกผ่อนคลาย หรือรู้สึกตึงกล้ามเนื้อลดลง
- หลังการรักษา: เมื่อครบระยะเวลา แพทย์แผนจีนจะถอนเข็มออก ซึ่งโดยทั่วไปมักไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ หลังการรักษา ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกสบายตัวมากขึ้น อาการปวดลดลง หรือเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
จำนวนครั้งในการรักษาและระยะเวลาของการฟื้นตัว จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ระยะเวลาที่เป็น รวมถึงการตอบสนองของร่างกายในแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมต่อไป

ข้อดีของการรักษากระดูกทับเส้นที่คลินิกฝังเข็ม
การฝังเข็มเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการดูแลอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทโดยเฉพาะในผู้ที่ต้องการแนวทางการรักษาแบบไม่ผ่าตัด หรือผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังจากกล้ามเนื้อและเส้นประสาทร่วมด้วย โดยข้อดีของการรักษาอาการนี้ด้วยการฝังเข็ม ได้แก่
- ช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดสะโพกร้าวลงขา และอาการตึงของกล้ามเนื้อ
- ช่วยคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังและสะโพก
- ส่งเสริมการไหลเวียนเลือดและการไหลเวียนของชี่ตามหลักการแพทย์จีน
- เป็นทางเลือกการรักษาแบบไม่ผ่าตัดในผู้ป่วยบางราย
- สามารถใช้ร่วมกับการรักษาอื่น เช่น กายภาพบำบัด หรือการปรับพฤติกรรมได้
- ใช้เวลาพักฟื้นน้อย และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในหลายกรณี
- ช่วยดูแลร่างกายแบบองค์รวม ไม่ได้เน้นเฉพาะจุดที่ปวดเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ในบางกรณี แพทย์แผนจีนจะพิจารณาใช้การรักษาอื่นร่วมด้วย เช่น การครอบแก้ว การรมยา หรือการกระตุ้นไฟฟ้าร่วมกับการฝังเข็ม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคลายกล้ามเนื้อและฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น
ทำไมการรักษาที่ IMI Clinic จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
การรักษาอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยการฝังเข็มจำเป็นต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านการแพทย์แผนจีน ความเข้าใจด้านกายวิภาคศาสตร์ และประสบการณ์ในการประเมินอาการของผู้ป่วยแต่ละราย ดังนั้น การเลือกสถานพยาบาลและแพทย์ผู้รักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก
ที่ IMI Clinic ทีมแพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยอย่างละเอียดตามหลักการแพทย์จีน ทั้งการซักประวัติ การประเมินลักษณะอาการ การดูลิ้น และการแมะชีพจร เพื่อวิเคราะห์สมดุลของร่างกายและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน ทีมแพทย์ของเราสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาสาขาการแพทย์แผนจีนจากมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนชั้นนำของไทยและจีน และมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มอาการปวด กล้ามเนื้อ และระบบกระดูกและข้อ โดยแนวทางการรักษาของ Clinic จะมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยไม่ได้มองเพียงตำแหน่งที่ปวดเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับสมดุลของร่างกายโดยรวม รวมถึงปัจจัยด้านพฤติกรรม การใช้ชีวิต และความตึงเครียดสะสมที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการของผู้ป่วย
นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยในการรักษา โดยใช้เข็มปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งทุกครั้ง และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมตามสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกมั่นใจและได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยตามหลักวิชาชีพ
สรุป
การฝังเข็มเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดูแลอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ที่ได้รับความนิยมในผู้ที่ไม่อยากผ่าตัด หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายควบคู่ไปกับการบรรเทาอาการปวด โดยศาสตร์การแพทย์แผนจีนมุ่งเน้นการกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด คลายการติดขัดของเส้นลมปราณ ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ และช่วยฟื้นฟูสมดุลของร่างกายโดยรวม สำหรับผู้ป่วยบางราย การฝังเข็มอาจช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา อาการชา และช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องร่วมกับการปรับพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม การรักษาที่ได้ผลและปลอดภัย ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์แผนจีนที่มีใบประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนที่สามารถประเมินอาการ วางแผนการรักษา และเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของผู้ป่วยแต่ละรายได้อย่างถูกต้อง
หากคุณกำลังมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ชา หรือสงสัยว่ามีภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทีมแพทย์แผนจีนของ IMI Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาแบบองค์รวม เพื่อช่วยดูแลอาการและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของคุณอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
ติดต่อ IMI Clinic เพื่อปรึกษาทีมแพทย์ของเรา หรือดู บริการของเรา เพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย
ฝังเข็มกระดูกทับเส้น กี่ครั้งเห็นผล?
จำนวนครั้งในการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ระยะเวลาที่เป็น และการตอบสนองของร่างกายในแต่ละบุคคล ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มรู้สึกอาการดีขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกของการรักษา แต่โดยทั่วไปมักแนะนำให้รักษาต่อเนื่องเป็นคอร์ส เช่น ประมาณ 5–10 ครั้ง เพื่อให้ผลการรักษามีความต่อเนื่องและช่วยฟื้นฟูอาการได้ดียิ่งขึ้น
การฝังเข็มรักษาโรคกระดูกทับเส้น ราคาประมาณเท่าไหร่?
ราคา ค่าใช้จ่ายในการฝังเข็มรักษาอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทจะแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก ขึ้นอยู่กับแนวทางการรักษา ระยะเวลาการรักษา รวมถึงว่ามีการรักษาอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น การครอบแก้ว การรมยา หรือการใช้สมุนไพรจีน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามอาการของผู้ป่วยแต่ละราย
ฝังเข็ม สลาย พังผืด ได้ ไหม?
การฝังเข็มสามารถช่วยลดการตึงเกร็งของกล้ามเนื้อและช่วยให้เนื้อเยื่อบริเวณที่ตึงตัวเกิดการผ่อนคลายได้ ในบางกรณีจึงอาจช่วยลดอาการจากพังผืดหรือจุดกดเจ็บของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวดีขึ้นและอาการปวดลดลง
การฝังเข็มเจ็บไหม และมีข้อเสียอย่างไร?
เข็มที่ใช้ฝังเข็มมีขนาดเล็กและบางมากเทียบเท่าเส้นผม ดังนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้สึกเพียงแค่ตึง หน่วง หรือหนักเล็กน้อยบริเวณจุดฝังเข็ม มากกว่าความรู้สึกเจ็บแบบการฉีดยา ส่วนผลข้างเคียงที่อาจพบได้มักเป็นเพียงอาการเล็กน้อยชั่วคราว เช่น รอยช้ำหรืออาการระบมบริเวณที่ฝังเข็ม ซึ่งมักหายได้เอง อย่างไรก็ตามควรเข้ารับการรักษากับแพทย์แผนจีนที่มีใบประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนและสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตเพื่อความปลอดภัยในการรักษา
เรียบเรียงโดย
แพทย์จีนสุชานาถ ศักดิ์ณรงค์เดช (หมอพลอย)
แพทย์จีนประจำ IMI Clinic



