การฝังเข็มรักษาโรคอะไรได้บ้าง? ตอบทุกข้อสงสัยโดยแพทย์แผนจีน

การฝังเข็มรักษาโรคอะไรบ้าง
การฝังเข็มรักษาโรคอะไรได้บ้าง? ตอบทุกข้อสงสัยโดยแพทย์แผนจีน
สารบัญ

คุณกำลังเผชิญกับอาการปวดเรื้อรัง เช่น ออฟฟิศซินโดรม ปวดคอ บ่า ไหล่ หรือมีปัญหานอนไม่หลับ ความเครียดสะสม และอาการไม่สบายต่างๆที่รบกวนการใช้ชีวิตอยู่หรือไม่? ปัจจุบันการฝังเข็มเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งในด้านการบรรเทาอาการปวด การฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม อย่างไรก็ตามหลายคนอาจยังสงสัยว่าการฝังเข็มรักษาโรคอะไรได้บ้าง และศาสตร์การแพทย์แผนจีนมีหลักการรักษาอย่างไร บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานของการฝังเข็ม หลักการรักษาตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ไปจนถึงกลุ่มอาการที่นิยมใช้การฝังเข็มในการรักษา เพื่อให้คุณเข้าใจศาสตร์นี้ได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น

การฝังเข็มคืออะไร? หลักการทำงานตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

การฝังเข็ม (Acupuncture) คือศาสตร์การรักษาแขนงหนึ่งของการแพทย์แผนจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,000 ปี โดยใช้เข็มขนาดเล็กฝังลงบนจุดฝังเข็มที่อยู่ตามแนวเส้นลมปราณเพื่อกระตุ้นและปรับสมดุลการทำงานของร่างกาย ตามทฤษฎีการแพทย์แผนจีน ร่างกายมนุษย์มีการไหลเวียนของพลังชี่และเลือด ผ่านระบบเส้นลมปราณซึ่งเชื่อมโยงกับอวัยวะภายในต่างๆ เมื่อการไหลเวียนติดขัด พร่อง หรือเสียสมดุลอาจก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วย เช่น อาการปวด ความตึงเครียด นอนไม่หลับ ระบบย่อยอาหารผิดปกติ หรือความไม่สมดุลของระบบภายในร่างกายได้

การฝังเข็มจึงมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด ปรับสมดุลหยิน–หยาง คลายการติดขัดของเส้นลมปราณ และส่งเสริมกลไกการฟื้นฟูตามธรรมชาติของร่างกาย โดยแพทย์แผนจีนจะพิจารณาการรักษาตามกลุ่มอาการของผู้ป่วยแต่ละรายไม่ได้พิจารณาเพียงชื่อโรคเท่านั้น

ทั้งนี้ในมุมมองทางการแพทย์ปัจจุบันมีงานศึกษาพบว่าการฝังเข็มอาจเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นระบบประสาท การหลั่งสารสื่อประสาทบางชนิด เช่น Endorphin และการเพิ่มการไหลเวียนเลือดเฉพาะจุด จึงถูกนำมาใช้ร่วมในการดูแลและฟื้นฟูอาการต่างๆอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน

รายชื่อโรคและอาการที่รักษาได้ด้วยการฝังเข็ม ส่วนที่ 1

เปิดรายชื่อโรคและอาการที่รักษาได้ด้วยการฝังเข็ม

องค์การอนามัยโลก (WHO: World Health Organization) ได้เผยแพร่รายชื่อภาวะและกลุ่มอาการที่มีข้อมูลการศึกษาสนับสนุนว่าการฝังเข็มอาจช่วยบรรเทาอาการหรือใช้ร่วมในการรักษาได้ในหลายระบบของร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มอาการปวด โรคระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ รวมถึงปัญหาด้านอารมณ์และการนอนหลับ ทั้งนี้ ในทางการแพทย์แผนจีน การฝังเข็มจะเน้นการวินิจฉัยตามสมดุลของร่างกายและสภาวะของผู้ป่วยแต่ละคน ดังนั้น แม้จะเป็นโรคเดียวกัน ผู้ป่วยแต่ละรายอาจได้รับแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันได้

กลุ่มอาการปวดและโรคระบบกล้ามเนื้อ–กระดูก

เป็นกลุ่มอาการที่มีการใช้การฝังเข็มอย่างแพร่หลาย และเป็นหนึ่งในกลุ่มอาการที่ WHO ระบุว่ามีข้อมูลสนับสนุนค่อนข้างมาก โดยการฝังเข็มอาจช่วยลดอาการปวด ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ และส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด

ตัวอย่างอาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • ออฟฟิศซินโดรม
  • ปวดคอ บ่า ไหล่
  • ปวดหลัง ปวดเอว
  • ปวดเข่าและข้อเข่าเสื่อม
  • อาการปวดศีรษะ
  • ไมเกรน (Migraine)
  • อาการปวดสะโพกร้าวลงขา (Sciatica)
  • เอ็นอักเสบ และการบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำ
  • อาการปวดจากการเล่นกีฬา

กลุ่มโรคระบบประสาท

การฝังเข็มถูกนำมาใช้ร่วมในการฟื้นฟูระบบประสาทและบรรเทาอาการบางประเภท โดยอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทและส่งเสริมการไหลเวียนเลือด

ตัวอย่างอาการที่พบได้ เช่น

  • อาการชาปลายมือปลายเท้า
  • อาการปวดเส้นประสาท (Neuralgia)
  • อัมพฤกษ์ อัมพาตระยะฟื้นฟู
  • อัมพาตใบหน้า (Bell’s Palsy)
  • อาการปวดจากเส้นประสาทอักเสบ

กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจและภูมิแพ้

ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน กลุ่มอาการภูมิแพ้และระบบทางเดินหายใจมักเกี่ยวข้องกับความไม่สมดุลของปอด ม้าม และไต การฝังเข็มจึงถูกใช้เพื่อช่วยปรับสมดุลของร่างกายและบรรเทาอาการ

ตัวอย่างอาการ ได้แก่

  • โรคภูมิแพ้อากาศ (Allergic Rhinitis)
  • ไซนัสอักเสบเรื้อรัง
  • อาการหอบหืดบางประเภท
  • ไอเรื้อรัง

กลุ่มโรคระบบทางเดินอาหาร

การฝังเข็มถูกใช้เพื่อช่วยปรับสมดุลการทำงานของระบบย่อยอาหารและการเคลื่อนไหวของลำไส้ โดยในแพทย์แผนจีนมักเกี่ยวข้องกับการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหาร

ตัวอย่างอาการ ได้แก่

  • กรดไหลย้อน (GERD)
  • อาหารไม่ย่อย
  • ท้องอืด แน่นท้อง
  • ท้องผูกเรื้อรัง
  • ท้องเสียง่าย
  • คลื่นไส้อาเจียน

กลุ่มโรคทางนรีเวชและฮอร์โมน

การฝังเข็มเป็นอีกทางเลือกที่นิยมใช้ร่วมในการดูแลสุขภาพสตรี โดยแพทย์แผนจีนมองว่าประจำเดือน ฮอร์โมน และระบบสืบพันธุ์สัมพันธ์กับการทำงานของตับ ม้าม และไต

ตัวอย่างอาการ ได้แก่

  • ปวดประจำเดือน
  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
  • กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS)
  • อาการวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน
  • ภาวะมีบุตรยาก (ใช้ร่วมกับการรักษาหลัก)

กลุ่มอาการด้านอารมณ์และการนอนหลับ

ในทางการแพทย์แผนจีน ความเครียด การนอนหลับ และอารมณ์ มีความสัมพันธ์กับการทำงานของหัวใจ ตับ และระบบการไหลเวียนของชี่ การฝังเข็มจึงถูกใช้เพื่อช่วยผ่อนคลายและปรับสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ

ตัวอย่างอาการ ได้แก่

  • ความเครียดสะสม
  • ความวิตกกังวล
  • นอนไม่หลับ
  • อ่อนเพลียเรื้อรัง
  • ภาวะซึมเศร้า (ใช้ร่วมกับการดูแลรักษาหลัก)
รายชื่อโรคและอาการที่รักษาได้ด้วยการฝังเข็ม ส่วนที่ 2
ประโยชน์ของการฝังเข็มนอกจากการรักษาโรค

ประโยชน์ของการฝังเข็ม นอกจากแค่การรักษาโรค

ประโยชน์ของการฝังเข็มไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบรรเทาอาการเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน การฝังเข็มยังถือเป็นหนึ่งในแนวทางการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟูสมดุลของร่างกายแบบองค์รวมอีกด้วย หลักการสำคัญของแพทย์แผนจีนคือการรักษาสมดุลของชี่ เลือด หยิน–หยาง และการทำงานของอวัยวะภายใน หากร่างกายเกิดภาวะเสียสมดุล แม้ยังไม่แสดงเป็นโรคชัดเจนก็อาจเริ่มมีอาการ เช่น อ่อนเพลีย นอนหลับไม่สนิท เครียดง่าย ระบบย่อยอาหารแปรปรวน หรือปวดตึงกล้ามเนื้อเรื้อรังได้ การฝังเข็มจึงถูกนำมาใช้เพื่อช่วยปรับสมดุลของร่างกายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และส่งเสริมการฟื้นตัวของระบบต่าง ๆ ให้ทำงานได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีการประยุกต์ใช้การฝังเข็มในด้านความงามหรือที่เรียกว่า “การฝังเข็มเพื่อความงาม” อีกด้วย ซึ่งแพทย์แผนจีนมองว่าสุขภาพผิวพรรณที่ดีสัมพันธ์กับการไหลเวียนของชี่และเลือด รวมถึงความสมดุลของอวัยวะภายใน การฝังเข็มจึงอาจช่วยส่งเสริมการไหลเวียนเลือดบริเวณใบหน้า ลดความตึงของกล้ามเนื้อบางส่วน และช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้นในบางราย โดยมักใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม การพักผ่อน และการดูแลสุขภาพจากภายในควบคู่กันไป อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของการฝังเข็มอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ระยะเวลาของอาการ และการวินิจฉัยตามหลักแพทย์แผนจีนของแพทย์แผนจีนผู้รักษา

ขั้นตอนการฝังเข็มเป็นอย่างไร?

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฝังเข็มมาก่อน หลายคนอาจรู้สึกกังวลว่าฝังเข็มเจ็บไหม หรือขั้นตอนการรักษาจะซับซ้อนหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงการฝังเข็มเป็นหัตถการที่ค่อนข้างอ่อนโยน และแพทย์แผนจีนจะประเมินและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้

  1. การตรวจวินิจฉัย: ก่อนเริ่มการรักษา แพทย์แผนจีนจะซักประวัติอาการโดยละเอียด เช่น ลักษณะอาการปวด การนอน การขับถ่าย ความเครียด พฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมถึงตรวจร่างกายตามหลักการแพทย์แผนจีน เช่น การดูลิ้นและการแมะชีพจร เพื่อประเมินสมดุลของชี่ เลือด หยิน–หยาง และการทำงานของอวัยวะภายใน
  2. การลงเข็ม: หลังจากประเมินอาการแล้ว แพทย์แผนจีนจะเลือกจุดฝังเข็มที่เหมาะสมกับการรักษา โดยใช้เข็มฝังเข็มชนิดปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งซึ่งมีขนาดเล็กและบางมาก ขณะลงเข็มผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้สึกเพียงเล็กน้อย หรือบางจุดอาจมีความรู้สึกตึง หน่วง ชา หรือหนักบริเวณรอบจุดฝังเข็ม ซึ่งในศาสตร์แพทย์จีนเรียกว่าเต๋อชี่ ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาที่พบได้ตามปกติระหว่างการรักษา
  3. การคาเข็มและกระตุ้นเข็ม: หลังลงเข็มครบแล้ว แพทย์แผนจีนจะให้ผู้ป่วยนอนพักในท่าที่ผ่อนคลาย โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที ขึ้นอยู่กับอาการและแผนการรักษา แต่ในบางกรณี อาจมีการกระตุ้นเข็มเพิ่มเติม เช่นการหมุนเข็มด้วยมือ การรมยาด้วยสมุนไพร หรือการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าความถี่ต่ำ
  4. การถอนเข็ม: เมื่อครบระยะเวลาการรักษา แพทย์แผนจีนจะถอนเข็มออก ซึ่งโดยทั่วไปมักไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ แต่ความรู้สึกตึง หน่วงบริเวณจุดฝังเข็มยังคงอยู่ ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกผ่อนคลาย ง่วงเล็กน้อย หรือรู้สึกสบายตัวมากขึ้น ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ตามปกติหลังการรักษา

การเตรียมตัวก่อนและคำแนะนำสำหรับการฝังเข็ม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การเตรียมตัวที่เหมาะสมทั้งก่อนและหลังการฝังเข็ม เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อการรักษาได้ดีขึ้น และช่วยลดโอกาสเกิดอาการไม่สบายระหว่างหรือหลังการรักษา โดยแพทย์แผนจีนมักแนะนำให้ผู้ป่วยดูแลร่างกายให้สมดุลและพักผ่อนอย่างเพียงพอร่วมด้วย

  • ก่อนการรักษา:

ควรรับประทานอาหารมื้อเบาๆหรือมื้อปกติล่วงหน้าประมาณ 1–2 ชั่วโมง ไม่ควรปล่อยให้หิวมากหรืออิ่มจนเกินไปเพราะอาจทำให้รู้สึกเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือไม่สบายระหว่างการรักษาได้ นอกจากนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การดื่มแอลกอฮอล์ หรือความเหนื่อยล้าสะสมก่อนมาฝังเข็ม รวมถึงควรสวมเสื้อผ้าที่หลวม สบาย เพื่อให้สะดวกต่อการรักษา หากมีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ รับประทานยาละลายลิ่มเลือด หรือกำลังอยู่ระหว่างการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ ควรแจ้งก่อนทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์แผนจีนสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

  • หลังการรักษา:

ควรพักผ่อนและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมากในวันเดียวกัน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวและตอบสนองต่อการรักษาอย่างเต็มที่ โดยทั่วไป แพทย์แผนจีนมักแนะนำให้:

  • ดื่มน้ำอุ่นหรือจิบน้ำให้เพียงพอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการอดนอนหรือใช้ร่างกายหนัก
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำเย็นจัดหรือสัมผัสลมเย็นโดยตรงทันทีหลังฝังเข็ม
  • งดออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายอ่อนล้ามากในช่วงแรกหลังการรักษา

ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกง่วง ผ่อนคลาย หรือมีอาการตึงเมื่อยเล็กน้อยหลังฝังเข็มซึ่งมักเป็นอาการชั่วคราวและสามารถหายได้เอง อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะมาก เลือดออกไม่หยุด หรือปวดผิดปกติ ควรรีบแจ้งแพทย์แผนจีนผู้รักษาทันที

ข้อควรระวังและใครบ้างที่ไม่ควรฝังเข็ม?

ในประเทศไทยการฝังเข็มถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูงเมื่อทำโดยแพทย์แผนจีนที่มีใบประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนและใช้เข็มปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง อย่างไรก็ตามยังมีบางภาวะที่ควรแจ้งแพทย์แผนจีนก่อนเข้ารับการรักษาทุกครั้งเพื่อให้สามารถประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาได้อย่างปลอดภัย

กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนก่อนฝังเข็ม ได้แก่

  • สตรีตั้งครรภ์ เนื่องจากมีจุดฝังเข็มบางตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยงในระหว่างตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
  • ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือด
  • ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ โดยเฉพาะกรณีที่อาจมีการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าร่วมกับการฝังเข็ม
  • ผู้ที่มีภาวะอ่อนเพลียมาก อดอาหารเป็นเวลานาน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่มีไข้สูง ภาวะติดเชื้อเฉียบพลัน หรือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์บางประเภท

นอกจากนี้ หากมีโรคประจำตัว อยู่ระหว่างการรักษาทางการแพทย์ เคยมีประวัติแพ้ เป็นลมง่าย หรือกลัวเข็มมาก ควรแจ้งแพทย์แผนจีนก่อนทุกครั้งเพื่อให้แพทย์สามารถปรับแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

หากต้องการฝังเข็ม ทำไมต้องมาที่ IMI Clinic

การรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการบรรเทาอาการเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ต้นเหตุของความไม่สมดุลในร่างกาย และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ที่ IMI Clinic ทีมแพทย์แผนจีนเราให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยตามหลักการแพทย์จีนอย่างละเอียด ทั้งการซักประวัติ การดูลิ้น การแมะชีพจร และการประเมินสมดุลของร่างกาย เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดเรื้อรัง ปัญหาการนอน ความเครียด หรือการดูแลสุขภาพเชิงฟื้นฟู

ทีมแพทย์จีนของ IMI Clinic สำเร็จการศึกษาด้านการแพทย์แผนจีนจากมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ และให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยในการรักษาและการบริการ เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการรู้สึกมั่นใจและผ่อนคลายตลอดการรักษา

หากคุณสนใจ บริการฝังเข็มและแพทย์แผนจีน ของเรา หรืออยากปรึกษาแนวทางการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน สามารถติดต่อ IMI Clinic เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับอาการของคุณได้

สรุป

การฝังเข็มเป็นหนึ่งในศาสตร์การรักษาของการแพทย์แผนจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก ปัจจุบันมีการนำมาใช้ร่วมในการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพในหลากหลายกลุ่มอาการ ทั้งอาการปวดเรื้อรัง ออฟฟิศซินโดรม ไมเกรน ปัญหาการนอนหลับ ความเครียด รวมถึงการดูแลสุขภาพเชิงฟื้นฟูและการปรับสมดุลของร่างกาย

การรักษาของศาสตร์การแพทย์แผนจีนไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการลดอาการเฉพาะจุด แต่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์สมดุลของร่างกายโดยรวมทั้งการไหลเวียนของชี่ เลือด หยินหยาง และการทำงานของอวัยวะภายใน เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ดังนั้นการเลือกเข้ารับการรักษากับแพทย์แผนจีนผู้มีใบประกอบโรคศิลปะและสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัย

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน ทีมแพทย์แผนจีนของ IMI Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของคุณอย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย

การฝังเข็มกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

จำนวนครั้งในการรักษาขึ้นอยู่กับลักษณะอาการ ความรุนแรง ระยะเวลาที่เป็น รวมถึงการตอบสนองของร่างกายในแต่ละบุคคล หากเป็นอาการเฉียบพลัน เช่น ปวดกล้ามเนื้อจากการใช้งาน อาจเริ่มรู้สึกดีขึ้นภายใน 1–3 ครั้งแรก แต่ในกรณีของอาการเรื้อรัง เช่น ออฟฟิศซินโดรมสะสม ภูมิแพ้เรื้อรัง หรืออาการนอนไม่หลับ อาจต้องอาศัยการรักษาต่อเนื่องหลายครั้ง โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนความถี่ในการรักษาให้เหมาะสมกับอาการของแต่ละคน

เป็นโรคอะไรห้ามฝังเข็ม?

แม้การฝังเข็มจะมีความปลอดภัยค่อนข้างสูงแต่ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ รวมถึงสตรีตั้งครรภ์ ควรแจ้งแพทย์แผนจีนก่อนเข้ารับการรักษาทุกครั้งเพื่อให้แพทย์สามารถประเมินความเหมาะสมและหลีกเลี่ยงจุดฝังเข็มบางตำแหน่งที่อาจไม่เหมาะสมได้

ผลเสียของการฝังเข็มมีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไป การฝังเข็มมีความปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์แผนจีนที่มีใบประกอบโรคศิลปะ และใช้เข็มปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง อาการที่อาจพบได้หลังการรักษามักเป็นเพียงอาการเล็กน้อยชั่วคราว เช่น รอยช้ำเล็ก ๆ บริเวณที่ฝังเข็ม รู้สึกตึง หน่วง หรือเมื่อยเล็กน้อย ง่วงหรือรู้สึกผ่อนคลายหลังการรักษา ซึ่งอาการเหล่านี้มักหายได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน

ฝังเข็มเจ็บไหม?

เข็มฝังเข็มมีขนาดเล็กและบางมากเทียบเท่าเส้นผมจึงแตกต่างจากเข็มฉีดยาทั่วไป ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้สึกเหมือนเข็มสะกิดเพียงเล็กน้อยบนผิวหนังขณะลงเข็ม หรือบางจุดอาจรู้สึกตึง หน่วง หรือหนักเล็กน้อย ซึ่งในศาสตร์การแพทย์แผนจีนถือเป็นลักษณะของอาการเต๋อชี่หรือการตอบสนองของร่างกายต่อการกระตุ้นจุดฝังเข็ม โดยทั่วไปความรู้สึกดังกล่าวมักอยู่ในระดับที่สามารถทนได้ และรู้สึกผ่อนคลายระหว่างการรักษา

เรียบเรียงโดย

แพทย์จีนสุชานาถ ศักดิ์ณรงค์เดช (หมอพลอย)
แพทย์จีนประจำ IMI Clinic

แพทย์ผู้เขียนบทความ

สุชานาถ ศักดิ์ณรงค์เดช
แพทย์แผนจีน
Contact Us
สาขาหลักสี่
สาขา เพชรเกษม
สาขา ภูเก็ต
ติดต่อ IMI Wellness และทีมแพทย์แผนจีน