ศาสตร์การแพทย์แผนจีนเป็นศาสตร์การรักษาที่มีมามากกว่า 2,000 ปี โดยการฝังเข็มเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เพราะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้จริง และแทบไม่มีผลข้างเคียงจากการรักษา เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการรักษาที่ปลอดภัยและต้องการลดการใช้ยาหรือสารเคมี หากสนใจสามารถปรึกษาอาการ เพื่อรับการฝังเข็มแพทย์แผนจีนได้ที่ IMI Wellness
การฝังเข็ม คืออะไร?
การฝังเข็ม เป็นหนึ่งในการรักษาจากศาสตร์การแพทย์แผนจีน ซึ่งชาวจีนใช้กันมานานกว่า 2,000 ปี โดยมีหลักการฝังเข็มคือ การใช้เข็มขนาดบางมาก ปักตามจุดฝังเข็มบนร่างกาย ซึ่งเป็นจุดที่มีพลังงานมากกว่าจุดอื่นๆ เพื่อทำให้พลังงาน และอวัยวะต่างๆของร่างกายที่เสียสมดุลไป กลับมาอยู่ในภาวะสมดุล
การใช้เข็มปักลงไปบนจุดฝังเข็มตามร่างกาย เป็นการรักษาที่เผยแพร่ไปทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การรับรองและประกาศโรคที่สามารถรักษาได้ด้วยการฝังเข็มแพทย์แผนจีน ล่าสุดยังมีหลายงานวิจัยพบว่า โรคบางโรค เช่น กรดไหลย้อน ปวดหัว ปวดศีรษะไมเกรน การฝังเข็มกายภาพให้ผลการรักษาดีเทียบเท่า หรือ มากกว่าการใช้ยา โดยปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากยาอีกด้วย
การฝังเข็ม มีกี่ประเภท?
การฝังเข็มมีหลายรูปแบบ โดยรูปแบบการฝังเข็มที่พบมากในปัจจุบัน จะเป็นการฝังเข็มแพทย์แผนจีน (Acupuncture) และการฝังเข็มแบบแผนตะวันตก (Dry needling) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถรักษาอาการต่างๆได้อย่างครอบคลุมและตรงจุด โดยแต่ละประเภทมีเทคนิคและประโยชน์ที่แตกต่างกันไป
การฝังเข็มแผนจีนโบราณ
การฝังเข็มของจีนโบราณ โดยเป็นการฝังเข็มที่จุดฝังเข็มที่อยู่บนเส้นลมปราณ รวมถึงจุดพิเศษต่างๆมุ่งเน้นไปที่การปรับสมดุลร่างกาย ควบคู่ไปกับการรักษาอาการ โดนเน้นไปที่การรักษาแบบองค์รวม ช่วยปรับการไหลเวียนของลมปราณ (ชี่) ซึ่งเปรียบเสมือนพลังงานที่ไหลผ่านไปทั่วร่างกาย หากลมปราณที่ไม่สมดุลอาจทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ หลักการฝังเข็มแบบนี้เป็นพื้นฐานของการฝังเข็มปรับสมดุลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
การฝังเข็มแห้ง (Dry needling)
การฝังเข็มแห้ง หรือ Dry needling เน้นไปทางด้านการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยการคลายจุดกดเจ็บหรือปมในกล้ามเนื้อ (trigger point) โดยมักเกิดจากการที่กล้ามเนื้อหดเกร็ง อาจทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปยังบริเวณอื่น ๆ ของร่างกาย การฝังเข็มกายภาพ โดยเฉพาะจุด trigger point จะช่วยบรรเทาโรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังได้เป็นอย่างดี
เปิดรายชื่อโรคและอาการที่รักษาได้ด้วยการฝังเข็ม

กลุ่มอาการปวดและโรคทางระบบกล้ามเนื้อ
นับเป็นกลุ่มอาการยอดนิยมที่ผู้คนนึกถึงการฝังเข็มเป็นอันดับแรก เพราะให้ผลการรักษาที่ดีในการลดการอักเสบและคลายกล้ามเนื้อ
- ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง และเอวเรื้อรัง
- อาการปวดศีรษะ และ ไมเกรน (Migraine)
- อาการปวดจากข้อเสื่อม เช่น ปวดเข่า
- อาการปวดจากการบาดเจ็บของนักกีฬา
กลุ่มโรคระบบประสาท
การฝังเข็มช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงเส้นประสาท
- อาการชาตามปลายมือ ปลายเท้า
- อัมพฤกษ์ อัมพาตใบหน้า (Bell’s Palsy)
- อาการปวดเส้นประสาท (Neuralgia)
กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจและภูมิแพ้
ช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดการตอบสนองที่ไวเกินไป
- โรคภูมิแพ้อากาศ (Allergic Rhinitis)
- อาการหอบหืด (ที่ไม่รุนแรง)
- ไซนัสอักเสบเรื้อรัง
กลุ่มโรคระบบทางเดินอาหาร
ช่วยปรับการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ให้สมดุล
- กรดไหลย้อน (GERD)
- ท้องผูก หรือ ท้องเสียเรื้อรัง
- อาหารไม่ย่อย ท้องอืด
กลุ่มโรคทางนรีเวชและฮอร์โมน
การฝังเข็มเป็นที่นิยมในการช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน
- อาการปวดประจำเดือน
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ
- อาการวัยทอง (Menopause) ร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน
- ภาวะมีบุตรยาก (ช่วยเสริมการรักษา)
กลุ่มอาการด้านอารมณ์และจิตใจ
การฝังเข็มช่วยปรับสมดุลสารเคมีในสมองและระบบประสาทอัตโนมัติ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย
- ความเครียด ความวิตกกังวล
- ภาวะนอนไม่หลับ
- ภาวะซึมเศร้า (ใช้ร่วมกับการรักษาหลัก)
การฝังเข็มเหมาะกับใครบ้าง?
การฝังเข็มรักษาเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่แสวงหาการบำบัดแบบธรรมชาติ โดยเฉพาะกลุ่มคนต่อไปนี้:
- ผู้ที่มีอาการเจ็บปวดเรื้อรัง และต้องการลดการพึ่งพายาแก้ปวด
- ผู้ที่มีอาการแพ้ยาหรือเคยประสบกับผลข้างเคียงจากการใช้ยาแผนปัจจุบัน
- ผู้ที่ต้องการวิธีการรักษาเสริมควบคู่กับการรักษาหลักทางการแพทย์
- ผู้ที่สนใจการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- ผู้ที่มีปัญหาความเครียด นอนไม่หลับ หรือภาวะวิตกกังวล
- ผู้ที่มีอาการผิดปกติแต่การตรวจทางการแพทย์แผนปัจจุบันไม่พบความผิดปกติ
- ผู้ที่สนใจแนวทางการรักษาแบบองค์รวมที่มองทั้งร่างกาย จิตใจ และสภาพแวดล้อม
การฝังเข็มปรับสมดุลไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยเท่านั้น แม้ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงก็สามารถรับการฝังเข็มเพื่อเสริมสุขภาพและป้องกันโรคได้เช่นกัน
การฝังเข็ม ช่วยบรรเทาอาการอะไรได้บ้าง?
ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รับรองให้การฝังเข็มเป็นศาสตร์การรักษาโรคแขนงหนึ่ง และยังมีงานวิจัยจำนวนมากที่พบว่า แพทย์แผนจีนฝังเข็มให้ผลการรักษาโดดเด่นกับกลุ่มอาการและโรคหลายชนิด เช่น กลุ่มอาการปวดต่างๆ โรคทางระบบทางเดินอาหาร โรคทางสูตินรีเวช เป็นต้น การฝังเข็มรักษามักให้ผลการรักษาดีเทียบเท่าหรือดีกว่าการใช้ยา โดยมีความปลอดภัยสูงและไม่มีผลข้างเคียงเหมือนการใช้ยา
ขั้นตอนการฝังเข็มเป็นอย่างไร?
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคย ฝังเข็ม ขั้นตอนการรักษาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และหลายคนมักสงสัยว่า ฝังเข็มเจ็บไหม โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้:
- การตรวจวินิจฉัย: แพทย์แผนจีนจะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน เช่น การแมะชีพจร เพื่อประเมินสภาวะของร่างกายและวินิจฉัยต้นตอของอาการ
- การลงเข็ม: แพทย์จะเลือกจุดฝังเข็มที่เหมาะสม เข็มที่ใช้มีขนาดเล็กและบางมาก (ขนาดใกล้เคียงเส้นผม) และเป็นเข็มแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง จึงมั่นใจได้ในความสะอาด ความรู้สึกขณะลงเข็มส่วนใหญ่จะรู้สึกเพียงเล็กน้อย หรือบางจุดอาจรู้สึกตื้อๆ หน่วงๆ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย
- การคาเข็ม: หลังลงเข็มครบ แพทย์จะให้คุณนอนพักในท่าที่ผ่อนคลายประมาณ 20-30 นาที อาจมีการกระตุ้นเข็มด้วยมือหรือเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าชนิดอ่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
- การถอนเข็ม: เมื่อครบกำหนดเวลา แพทย์จะถอนเข็มออก ซึ่งมักจะไม่รู้สึกเจ็บ
การเตรียมตัวก่อนและคำแนะนำสำหรับการฝังเข็ม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษาจะช่วยให้การฝังเข็มได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยยิ่งขึ้น
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฝังเข็ม
การเตรียมตัวที่ดีก่อนเข้ารับการฝังเข็มแพทย์แผนจีนจะช่วยให้การรักษาเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ผู้เข้ารับการรักษาควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
- ควรแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่หลวม สวมใส่สบาย ไม่รัดแน่น เพื่อให้แพทย์เข้าถึงจุดฝังเข็มได้สะดวก
- ควรรับประทานอาหารก่อนมาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ไม่ควรทานมากเกินไป และไม่ควรงดหรืออดอาหาร เพื่อป้องกันอาการหน้ามืด เป็นลมระหว่างรักษา
- ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงในคืนก่อนเข้ารับการรักษา
- ควรเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนรับการรักษา เพื่อความสะดวกระหว่างการฝังเข็ม
- แจ้งประวัติอาการและโรคประจำตัวให้ครบถ้วน โดยเฉพาะกรณีที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ
- หากอยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการฝังเข็มทุกครั้ง
- สำหรับผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรมีค่า INR ไม่เกิน 1.5 หรือ 1.2
ขั้นตอนการรักษาด้วยวิธีการฝังเข็ม
แพทย์แผนจีนฝังเข็มจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย รวมไปถึงการดูลักษณะลิ้น และจับชีพจร (แมะ) จากนั้นจึงเริ่มทำหัตถการโดยการฝังเข็มปลอดเชื้อเข้าไปในผิวหนัง แต่ละจุดจะฝังเข็มลึกตื้นไม่เท่ากันตามหลักการฝังเข็ม และจะฝังทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที ขณะฝังจะรู้สึกว่าเข็มผ่านผิวลงไปและเริ่มรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้เรียกว่า “เต๋อชี่ (得气)” แสดงให้รู้ว่าการฝังเข็มถูกจุดทำให้ร่างกายตอบสนองต่อการรักษาและจะได้ผลการรักษาที่ดี
หลังการรักษาด้วยการฝังเข็ม ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?
หลังการฝังเข็ม ควรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อช่วยให้ร่างกายขับของเสียได้ดีขึ้น ถ้ามีอาการไข้หรือปวดมาก สามารถรับประทานยาแก้ปวดหรือลดไข้ได้ ควรรออย่างน้อย 2 ชั่วโมงหลังการรักษาก่อนอาบน้ำ และหากมีความรู้สึกหน่วงหรือตื้อหลังการรักษา อาการมักจะหายไปเองภายใน 24-48 ชั่วโมง แต่ถ้ามีอาการบวมช้ำ ควรแจ้งแพทย์โดยเร็ว
โดยทั่วไปแล้วแพทย์แผนจีนฝังเข็มอาจแนะนำให้ทำการรักษาสัปดาห์ละครั้ง จำนวนครั้งของการฝังเข็มรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและการตอบสนองของร่างกายต่อการรักษา ในบางอาการอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่อง จึงจะได้ประโยชน์จากการฝังเข็มอย่างเต็มที่
ข้อควรระวัง และใครบ้างที่ไม่ควรฝังเข็ม

แม้การฝังเข็มรักษาจะเป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัย แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับบางกลุ่มที่อาจไม่เหมาะสมกับวิธีการรักษานี้ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์แผนจีนฝังเข็มก่อนตัดสินใจรับการรักษา
ใครบ้างไม่ควรรับการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม?
- ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยังไม่ได้รับการรักษา
- ผู้ที่มีโรคที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
- สตรีมีครรภ์ โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นหรือมีภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
- โรคหลอดเลือดที่มีความผิดปกติของระบบแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำการรักษา
ประโยชน์ของการฝังเข็ม นอกจากแค่การรักษาโรค
ประโยชน์ของการฝังเข็มไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษาโรคตามอาการเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive) และฟื้นฟูสมดุลองค์รวม หลายคนเลือกฝังเข็มเพื่อลดความเครียดสะสม ช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพดีขึ้น กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน หรือแม้แต่การฝังเข็มเพื่อความงาม (เช่น ลดสิว หรือยกกระชับใบหน้า) ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากการที่ร่างกายกลับมามีสมดุลที่ดีจากภายใน
การรักษาด้วยการฝังเข็ม ต้องทำกี่ครั้งและบ่อยแค่ไหน?
การรักษาด้วยการฝังเข็มจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อมีความต่อเนื่องและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล แพทย์แผนจีนจะประเมินแผนการรักษาจากพื้นฐานร่างกาย ความรุนแรงของอาการ และระยะเวลาที่เป็นมา สำหรับกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อหรือออฟฟิศซินโดรม โดยทั่วไปแนะนำให้ฝังเข็มกล้ามเนื้อสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ต่อเนื่องประมาณ 1-2 เดือน ส่วนการฟื้นฟูหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ในช่วง 6 เดือนแรกควรฝังเข็มถี่กว่า คือสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง นอกจากนี้ การรักษาเสริมอื่นๆ เช่น การครอบแก้ว ยาสมุนไพรจีน หรือการรมยา จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาการรักษาได้อีกทางหนึ่ง
หากรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม ทำไมต้องมาทำที่ IMI Wellness!
การฝังเข็มรักษาเป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์สูง ที่ IMI Wellness เราให้บริการโดยแพทย์แผนจีนที่มีใบประกอบโรคศิลปะและประสบการณ์จริง พร้อมการวินิจฉัยที่ลงลึกถึงต้นเหตุของปัญหา ไม่ใช่เพียงแค่รักษาอาการที่ปลายเหตุ เรามุ่งมั่นสร้างผลลัพธ์ที่มากกว่าการบรรเทาอาการชั่วคราว แต่คือการฟื้นฟูสุขภาพอย่างยั่งยืน ให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
สรุป
การฝังเข็มรักษาเป็นศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่มีประวัติมากว่า 2,000 ปี ที่ยังคงได้รับการยอมรับในการแพทย์ปัจจุบัน ด้วยประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการเจ็บป่วยหลากหลายโรคโดยไม่ต้องพึ่งยา ที่ IMI Wellness เรามุ่งมั่นให้บริการการฝังเข็มแพทย์แผนจีนโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ พร้อมการวินิจฉัยและรักษาแบบองค์รวมที่ออกแบบเฉพาะบุคคล หากคุณกำลังมองหาทางเลือกในการฝังเข็มปรับสมดุลที่ปลอดภัยและได้ผล เราพร้อมดูแลคุณด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนอย่างเต็มรูปแบบ
คำถามที่พบบ่อย
กล้ามเนื้ออักเสบฝังเข็มได้ไหม?
ได้ การฝังเข็มสามารถช่วยบรรเทาอาการกล้ามเนื้ออักเสบได้ดี โดยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดการอักเสบ และคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด ควรปรึกษาแพทย์แผนจีนเพื่อประเมินอาการก่อนเริ่มการรักษา
ฝังเข็มใช้เวลากี่นาที?
การฝังเข็มใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที โดยจะแบ่งเป็นช่วงการซักประวัติและตรวจร่างกายประมาณ 10-15 นาที และช่วงปักเข็มทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที ระยะเวลาทั้งหมดอาจแตกต่างกันไปตามอาการและการวินิจฉัยของแพทย์
ฝังเข็มมีกี่แบบ?
การฝังเข็มที่พบมากในปัจจุบัน มักจะเจอ 2 รูปแบบ คือ การฝังเข็มแบบแพทย์แผนจีน (Acupuncture) และการฝังเข็มแบบแผนตะวันตก (Dry needling) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถรักษาอาการต่างๆได้อย่างครอบคลุมและตรงจุด โดยแต่ละประเภทมีเทคนิคและประโยชน์ที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังมีเทคนิคเฉพาะอื่นๆ เช่น การฝังเข็มความงาม ฝังเข็มหู เป็นต้น
ฝังเข็มเจ็บไหม?
การฝังเข็มมักไม่เจ็บมาก เนื่องจากเข็มที่ใช้มีขนาดบางมาก (0.1-0.3 มม.) เมื่อเทียบกับเข็มฉีดยาทั่วไป ผู้รับการรักษาอาจรู้สึกแค่เพียงตึงๆ หน่วงๆ แสดงให้รู้ว่าการฝังเข็มถูกจุดทำให้ร่างกายตอบสนองต่อการรักษาและจะได้ผลการรักษาที่ดี
IMI Wellness สถาบันสุขภาพการแพทย์เชิงบูรณาการ
中西医结合研究所
รักษาผู้ป่วยด้วยศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนจีนอย่างเต็มรูปแบบ ยินดีให้คำปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพ
นำทีมโดยทีมแพทย์จุฬา เชียงใหม่ , แพทย์จีนปริญญาปักกิ่ง เซียงไฮ้ ,แพทย์จีนหัวเฉียวรุ่นแรกในประเทศไทย
สอบถามเพิ่มเติม
โทร : 061-6919145 (สาขาเพชรเกษม)
โทร : 099-2395365 (สาขาหลักสี่)
โทร : 084-2924795 (สาขาพัทยา)
โทร : 097-9216424 (สาขาภูเก็ต)
- อินบ็อก: m.me/imiwellnes
- เว็บไซต์: http://www.imiwellness.com/
- LINE@: https://lin.ee/8QaIeNf
- ที่ตั้ง: IMI WELLNESS สถาบันสุขภาพการแพทย์ผสมสผาน
- Google Map: https://goo.gl/maps/oYpQJENvEeZr9cYS9



