“แมะ …บอกโรคได้ไงนะ?”

“แมะ ...บอกโรคได้ไงนะ?” “#การแมะ” เป็น #การจับชีพจรแบบแพทย์แผนจีน เป็น "ลักษณะเด่น" ของศาสตร์แพทย์แผนจีนที่สืบทอดต่อๆกันมานับพันปี เพื่อดูการไหลเวียนของเลือด-ลม การทำงานของอวัยวะภายใน ความหนักเบาของโรคจากการเคลื่อนไหวของชีพจร จังหวะเร็ว-ช้า สม่ำเสมอ ลอย-จม สั้น-ยาว ไหลเวียนราบรื่นหรือไม่ในขณะนั้น เป็นหนึ่งในวิธีตรวจวินิจฉัยทั้ง 4 (四诊) ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน แล้วนำไปสู่การกำหนดวิธีการรักษา และติดตามการพยากรณ์โรคของผู้ป่วยนั่นเอง ปฏิบัติตัวในระหว่างแมะกับหมอจีน : ให้คนไข้นั่งตัวตรงสบาย ๆ ยื่นแขนหงายฝ่ามือบนโต๊ะ ระดับเดียวกับหัวใจ ก่อนแมะ หากเดินมาให้นั่งพักจนหายเหนื่อย 5-10 นาทีก่อน เมื่ออยู่ในภาวะสงบแล้ว จะทำให้การตรวจชีพจรแม่นยำนั่นเอง หากคุณมีปัญหาสุขภาพ สามารถมาตรวจรักษาเบื้องต้นกับหมอจีน หมอแมะของ IMI Wellness ของเราได้
“แมะ …บอกโรคได้ไงนะ?”
Page 5
สารบัญ

“#การแมะ” เป็น #การจับชีพจรแบบแพทย์แผนจีน เป็น “ลักษณะเด่น” ของศาสตร์แพทย์แผนจีนที่สืบทอดต่อๆกันมานับพันปี เพื่อดูการไหลเวียนของเลือด-ลม การทำงานของอวัยวะภายใน ความหนักเบาของโรคจากการเคลื่อนไหวของชีพจร จังหวะเร็ว-ช้า สม่ำเสมอ ลอย-จม สั้น-ยาว ไหลเวียนราบรื่นหรือไม่ในขณะนั้น เป็นหนึ่งในวิธีตรวจวินิจฉัยทั้ง 4 (四诊) ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน แล้วนำไปสู่การกำหนดวิธีการรักษา และติดตามการพยากรณ์โรคของผู้ป่วย

การแมะ คืออะไร?

เป็นการจับชีพจรของแพทย์แผนจีน เป็น 1 ใน 4 วิธีตรวจวินิจฉัยในศาสตร์การแพทย์แผนจีน เพื่อดูการไหลเวียนของเลือด-ลม การทำงานของอวัยวะภายใน ความหนักเบาของโรค อาศัยความรู้สึกโดยการสัมผัสการเคลื่อนไหวของชีพจร 

ชีพจร เกิดจากการเต้นของหัวใจ อาศัยการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายดังนี้

– พลังหยาง – พลังชี่ของหัวใจ และ เลือด – หยินหัวใจเป็นองค์ประกอบ 

– พลังชี่ปอด คอยผลักดันการไหลเวียน 

– ม้าม ควบคุมเลือดให้ไหลเวียนอยู่ภายในเส้นเลือด  

– ตับ เป็นแหล่งกักเก็บเลือด  

– ไต เป็นแหล่งกักเก็บสารจิง สารจำเป็นที่เปลี่ยนเป็นเลือดได้

ชีพจร…บอกโรคได้ไงนะ?

อย่างที่บอกว่า ชีพจร คือ การเต้นของหัวใจ ซึ่งแต่ละตำแหน่งจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งจะบ่งบอกถึงพลังของแต่ละอวัยวะ การไหลเวียนของเลือดที่สัมพันธ์อวัยวะนั้นๆ เมื่ออ้างอิงถึงการแยกกลุ่มอาการตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน จึงสามารถบอกโรคได้นั่นเอง

แบ่งตำแหน่งได้ดังนี้

แพทย์จีนจะใช้มือจับชีพจรบริเวณข้อมือ ทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 3 ตำแหน่ง คือ ตำแหน่งชุ่น (寸) ตำแหน่งกวน (关) และตำแหน่งฉื่อ (尺) และแบ่งตำแหน่งอวัยวะต่างๆ และอวัยวะที่ทำงานคู่กันดังนี้

– ชีพจรมือซ้าย : หัวใจ (ลำไส้เล็ก) ตับ (ถุงน้ำดี) ไตหยิน (กระเพาะปัสสาวะ)
– ชีพจรมือขวา : ปอด (ลำไส้ใหญ่) ม้าม (กระเพาะอาหาร) ไตหยาง (มิ่งเหมิน)

เมื่อ “หมอจีน” จับชีพจร จะสังเกต…

-ระดับชีพจร : ลอยตื้น(จับเบาๆ ก็รู้สึก) ระดับกลาง จมลึก(ต้องลงแรงกด)

-จังหวะการเต้น : เร็ว-ช้า สม่ำเสมอ

-ลักษณะชีพจร : ชีพจรเส้นใหญ่-เล็ก ตึง-อ่อนนุ่ม

-ลักษณะการเต้น : มีแรง ไหลลื่น สะดุด เบาไม่มีแรง

มา “แมะ” การมั้ย

เราลองมาจับชีพจร สังเกตดูชีพจรของตนเองกันคร่าวๆ กันก่อนว่าตรงกับแบบไหนบ้าง 

โดยยกตัวอย่าง 5 ใน 28 ชีพจรในศาสตร์การแพทย์แผนจีนให้รู้จักกันก่อน

ชีพจรปกติ 正常脉: นุ่มนวล มีแรงกระทบนิ้ว จังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกว่า “ร่างกายเลือดลมไหลเวียนดี”

ชีพจรตึง 弦脉: ตึงเหมือนจับสายกีตาร์ สายพิณ บ่งบอกว่า “ร่างกายลมปราณตับติดขัด ปวดเมื่อยตัว เครียดมาก”

ชีพจรพร่อง 虚脉: ต้องออกแรงกด ไหลช้า ไม่มีแรง บ่งบอกว่า “เลือดลมน้อย เพลียง่าย พักผ่อนน้อย”

ชีพจรไหนลื่น 滑脉: ชีพจรไหลลื่น เหมือนไข่มุกกลิ้ง บ่งบอกว่า “อาหารไม่ย่อย ไอมีเสมหะ”

ชีพจรลอย浮脉: เหมือนท่อนไม้ลอยอยู่ผิวน้ำ บ่งบอกว่า “อาการเพิ่งเริ่มป่วย ไข้หวัด” 

IMI Wellness สถาบันสุขภาพการแพทย์เชิงบูรณาการ
中西医结合研究所

รักษาผู้ป่วยด้วยศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนจีนอย่างเต็มรูปแบบ ยินดีให้คำปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพ

นำทีมโดยทีมแพทย์จุฬา เชียงใหม่ , แพทย์จีนปริญญาปักกิ่ง เซียงไฮ้ ,แพทย์จีนหัวเฉียวรุ่นแรกในประเทศไทย

สอบถามเพิ่มเติม
โทร : 061-6919145 (สาขาเพชรเกษม)
โทร : 099-2395365 (สาขาหลักสี่)
โทร : 084-2924795 (สาขาพัทยา)
โทร : 097-9216424 (สาขาภูเก็ต)

No data was found
Contact Us
สาขาหลักสี่
สาขา เพชรเกษม
สาขา พัทยา
สาขา ภูเก็ต