การแมะ คืออะไร?
การ “แมะ หรือ พะแมะ” ในภาษาจีนกลางคือ ม่าย (脉) มาจากคำว่า ป่าม่าย (把脉) หรือ เชียะม่าย (切脉) คือการจับชีพจรตามหลักแพทย์แผนจีน ซึ่งเป็นวิธีวินิจฉัยโรคอย่างหนึ่งที่อาศัยการสัมผัสชีพจรเพื่อประเมินสภาวะร่างกาย การแมะชีพจรจะใช้นิ้วมือสามนิ้ว ได้แก่ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง วางเรียงกันบริเวณข้อมือด้านเดียวกับฝ่ามือฝั่งRadial ในข้อมือทั้งสองข้าง โดยแต่ละจุดจะสะท้อนการทำงานของอวัยวะภายในที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงขนาดและความถี่ของชีพจร ยังสามารถบ่งบอกได้ถึงพื้นฐานร่างกาย และอาการต่างๆได้
ทำไมหมอแมะเพียงแค่จับข้อมือดูก็รู้เลยว่าเราป่วยเป็นอะไร?

การแมะ หรือการจับชีพจร (切脉) ในศาสตร์แพทย์แผนจีน เป็นหนึ่งในวิธีวินิจฉัยโรคและกลุ่มอาการ หมอแมะจึงหมายถึง ผู้ที่ทำการรักษาผ่านการตรวจวินิจฉัยจากการแมะจับชีพจร ซึ่งก็คือแพทย์แผนจีนนั่นเอง โดยการอ่านและแปลผลสัญญาณจากการจับชีพจรสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติของร่างกาย จึงเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการวินิจฉัยของแพทย์แผนจีน
ชีพจรสามารถอธิบายถึงสภาวะร่างกายอย่างไรได้บ้าง?
การแมะชีพจรอาศัยหลักการที่ว่าชีพจรเกิดจากการเต้นของหัวใจซึ่งอาศัยการทำงานของหยางหัวใจและชี่หัวใจ โดยมีเลือดและหยินหัวใจเป็นองค์ประกอบสำคัญ ปอดควบคุมชี่ เป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนเลือด ม้ามช่วยสร้างเลือดและควบคุมให้เลือดไหลเวียนอยู่ในหลอดเลือด ตับเป็นแหล่งกักเก็บเลือด และไตเป็นแหล่งกักเก็บสารจิงซึ่งเป็นสร้างตั้งต้นแปรเปลี่ยนไปเป็นเลือด เมื่อชีพจรมีความเชื่อมโยงกับระบบอวัยวะภายในต่างๆจึงทำให้สะท้อนสภาวะการทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกายได้
การจับชีพจรสามารถบ่งบอกได้ถึงสภาวะความสมดุลในร่างกาย แม้ว่าอาการของโรคอาจจะยังไม่แสดงออกมาชัดเจน (脉病人不病) การแมะจับชีพจรทำให้สามารถพยากรณ์โรคได้และสามารถป้องกันรักษาก่อนจะเกิดโรค ซึ่งเป็นแนวคิดจากคัมภีร์เน่ยจิง กล่าวว่า หมอที่ดีควรรักษาก่อนที่จะป่วย (上工治未病) นั่นคือการป้องกันก่อนจะเกิดโรคและหากป่วยแล้วก็ควรรักษาไม่ให้โรคพัฒนาหนักขึ้น จุดเด่นนี้ทำให้หมอแมะสามารถวินิจฉัยความผิดปกติและให้คำแนะนำในการป้องกันก่อนที่จะกลายเป็นโรครุนแรง
การจับชีพจร หมอแมะพิจารณาอะไรบ้าง?
การแมะชีพจรเป็นหนึ่งในการตรวจวินิจฉัยในศาสตร์แพทย์แผนจีน มีความซับซ้อนและต้องใช้ประสบการณ์ โดยหมอจีนจะพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกันเพื่อวินิจฉัยสภาวะร่างกาย เทคนิคการจับชีพจรที่แพทย์แผนจีนใช้ประเมินมีปัจจัยสำคัญดังนี้:
ระดับความตื้น-ลึกของชีพจร (脉位) – แบ่งเป็นชีพจรลอย (浮脉) (อยู่ตื้น) และชีพจรจม (沉脉) บ่งบอกถึงตำแหน่งของโรค ว่าอยู่ภายนอกหรือภายใน
ระดับความถี่เร็ว-ช้าของชีพจร (至数) – แบ่งเป็นชีพจรช้า (迟脉) และชีพจรเร็ว (数脉) สะท้อนถึงภาวะเย็น-ร้อนในร่างกาย
ความยาวของชีพจร (脉长) – แบ่งเป็นชีพจรยาว (长脉) และชีพจรสั้น (短脉) สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของลมปราณหรือชี่ (气) ในร่างกาย
ความกว้างของชีพจร (脉宽) – แบ่งเป็นชีพจรใหญ่มีแรง (洪脉) และชีพจรเล็กบาง (细脉) สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของเลือดและลมปราณหรือชี่ (气) ในร่างกาย
ความมีกำลังของชีพจร (脉力) – แบ่งเป็นชีพจรแกร่งมีกำลัง (实脉) และชีพจรพร่อง ขาดกำลัง (虚脉) ช่วยแบ่งแยกลักษณะพื้นฐานร่างกายแกร่ง-พร่องได้
ลักษณะการไหลของชีพจร (流利度) – แบ่งเป็น ชีพจรลื่น (滑脉) และชีพจรฝืด (涩脉) สะท้อนถึงการไหลเวียนร่างกาย บ่งบอกถึงภายในมีเสมหะความชื้นอุดกั้น หรือ เลือดไหวเวียนติดขัดได้
ความตึงของชีพจร (紧张度) – แบ่งเป็น ชีพจรตึง (弦脉) ชีพจรตึงแน่น (紧脉) และชีพจรช้าราบเรียบ (缓脉) สะท้อนได้ถึงการไหลเวียน รวมไปถึงสภาวะความเย็นสะสม ความตึงเครียด-ผ่อนคลาย
ความสม่ำเสมอของชีพจร (均匀度) – ดูความสม่ำเสมอทั้งจังหวะและกำลัง แบ่งเป็น ชีพจรเร็วไม่สม่ำเสมอ (促脉) ชีพจรเต้นช้ามีจังหวะหยุดไม่สม่ำเสมอ (结脉) และ ชีพจรเต้นช้ามีจังหวะหยุดสม่ำเสมอ (代脉) บ่งบอกถึงระบบการไหลเวียนโดยเฉพาะระบบหัวใจ มักเกี่ยวข้องกับอาการที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ชีพจรของคนปกติที่หมอแมะใช้เป็นมาตรฐานเรียกว่า “ผิงม่าย 平脉” มีลักษณะไม่ลอยไม่จม เต้นสม่ำเสมอ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ไม่แรงไม่อ่อน แต่จะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ เพศ ฤดูกาล และรูปร่าง เช่น คนผอมมักมีชีพจรลอย คนอ้วนมักมีชีพจรจม หากพบลักษณะตรงข้ามอาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติในร่างกายได้ ในทางการแพทย์จีนมีการจำแนกชีพจรไว้ถึง 28 ชนิด เช่น ชีพจรลื่น (滑脉) มักพบในผู้ป่วยที่มีความชื้นเสมหะละสมในร่างกาย หรือชีพจรตึง (弦脉) สัมผัสคล้ายสายพิณ มักสัมพันธ์กับความเครียดหรือความดันโลหิตสูง
สำหรับเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบปี ที่มีชีพจรค่อนข้างเล็กและไม่ชัดเจน แพทย์แผนจีนจะใช้วิธีตรวจดูเส้นเลือดที่นิ้วชี้แทนการแมะชีพจร โดยแบ่งตำแหน่งเป็นสามส่วน: ข้อปลายนิ้ว (风关) ข้อกลาง (气关) และข้อฝั่งโคนนิ้ว (命关) แต่ละระดับบ่งบอกถึงความรุนแรงของโรคตั้งแต่เบาไปจนถึงหนักและบ่งบอกตำแหน่งของปัจจัยก่อโรค รวมไปถึงดูความแข็งแรงของร่างกายเด็ก ผ่านขนาดของเส้นเลือดได้อีกด้วย
การแมะชีพจรเหมาะสำหรับใคร?
การรักษาด้วยศาสตร์การแมะของแพทย์จีนเหมาะสำหรับหลากหลายกลุ่มบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน – หากคุณสนใจการป้องกันโรคก่อนเกิดอาการ การแมะสามารถช่วยตรวจจับความไม่สมดุลในร่างกายได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ผู้ที่มีอาการไม่สบายแต่ตรวจไม่พบสาเหตุทางการแพทย์แผนปัจจุบัน – หลายคนมีอาการผิดปกติแต่ผลตรวจทางการแพทย์แผนปัจจุบันไม่พบความผิดปกติ หมอแมะสามารถช่วยวินิจฉัยความไม่สมดุลที่อาจเป็นสาเหตุของอาการเหล่านั้น
ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง – ผู้ป่วยโรคเรื้อรังสามารถใช้การจับชีพจรเพื่อติดตามสภาวะร่างกายและปรับการรักษาให้เหมาะสม
ผู้ที่ต้องการการรักษาแบบองค์รวม – การแพทย์แผนจีนมองร่างกายเป็นระบบองค์รวม ไม่แยกส่วน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร
ผู้ที่มีความเครียดและความวิตกกังวล – ชีพจรแบบเสียนม่าย (ชีพจรตึง) มักพบในผู้ที่มีความเครียดสูง การรักษาตามการวินิจฉัยของแพทย์จีนสามารถช่วยปรับสมดุลและลดอาการเหล่านี้ได้
เด็กและผู้สูงอายุ – เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจมีข้อจำกัดในการใช้ยาแผนปัจจุบัน
หากต้องการปรึกษาหรือรักษาโดยหมอแมะ ทำไมต้องใช้บริการจาก IMI Wellness?

การแมะชีพจรเป็นศาสตร์การวินิจฉัยที่ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์สูง ที่ IMI Wellness เรามีทีมแพทย์แผนจีนที่มีประสบการณ์ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในไทย และจีนทั้งในปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ทำทีมโดยแพทย์จีนหัวเฉียวรุ่นแรกในประเทศไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการแมะและวินิจฉัยโรคตามแนวทางแพทย์แผนจีนแบบดั้งเดิม พร้อมบูรณาการกับความเข้าใจในบริบทสุขภาพยุคปัจจุบัน แพทย์แผนจีนของเราสามารถออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลโดยการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของความไม่สมดุลในร่างกาย
IMI Wellness สถาบันสุขภาพการแพทย์เชิงบูรณาการ
中西医结合研究所
รักษาผู้ป่วยด้วยศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์แผนจีนอย่างเต็มรูปแบบ ยินดีให้คำปรึกษาทุกปัญหาสุขภาพ
นำทีมโดยทีมแพทย์จุฬา เชียงใหม่ , แพทย์จีนปริญญาปักกิ่ง เซียงไฮ้ ,แพทย์จีนหัวเฉียวรุ่นแรกในประเทศไทย
สอบถามเพิ่มเติม
โทร : 061-6919145 (สาขาเพชรเกษม)
โทร : 099-2395365 (สาขาหลักสี่)
โทร : 084-2924795 (สาขาพัทยา)
โทร : 097-9216424 (สาขาภูเก็ต)
- อินบ็อก: m.me/imiwellnes
- เว็บไซต์: http://www.imiwellness.com/
- LINE@: https://lin.ee/8QaIeNf
- ที่ตั้ง: IMI WELLNESS สถาบันสุขภาพการแพทย์ผสมสผาน
- Google Map: https://goo.gl/maps/oYpQJENvEeZr9cYS9



